โพยหุ้นน่าสะสม ในวันที่จะ Outperform ในช่วงตลาดผันผวน

ตลาดหุ้นยังคงมีปัจจัยกดดันรอบด้าน ทำให้ดัชนียังผันผวนไม่หยุด ดังนั้นโพยหุ้นครั้งนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ก็ได้มีเรื่องราวมาฝากนักลงทุนอีกเช่นเคย ภายใต้หัวข้อ “หุ้นที่น่าจะ Outperform ตลาด” ซึ่งจะมีหุ้นอะไรบ้าง อ่านได้ผ่านบทความนี้เลย โดยเป็นการประเมินของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด


ทั้งนี้นักวิเคราะห์ค่ายดังกล่าวระบุว่า หลังรายงานผลประชุม FED (minutes) จบลง เริ่มเห็นภาพการส่งสัญญาณเดินหน้านโยบายการเงินตึงตัวเร็วขึ้น สะท้อนจากประมาณการแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย Dotplot ที่คาดหมายว่า ณ สิ้นปี 2565 อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นไปอยู่ที่ 2%


ส่วนในมุมมองของตลาดการเงิน ผลสำรวจของ Bloomberg ก็ออกมาในทิศทางเดียวกัน แต่มีเป้าหมายดอกเบี้ยนโยบายปลายปี 2565 ที่สูงกว่า Dotplot โดยเห็นว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในบางครั้งของปี 2565 จะเป็นการปรับขึ้นครั้งละ 0.5%ทำให้เป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ ปลายปีอยู่ในช่วง 2.25-2.50% (ผลสำรวจเมื่อ 6 เม.ย.65)


ความต่างของมุมมอง เชื่อว่าเป็นการชั่งน้ำหนักของปัจจัยต่างๆ ที่จะเข้ามามีอิทธิพล ซึ่งฝ่ายวิจัยเห็นว่ามีอยู่ 3 องค์ประกอบหลักได้แก่ 1. ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลขที่คละกันไป ระหว่าง ดีกับ ไม่ดี ในแต่ละหมวดหมู่ แต่ล่าสุดตัวเลข Initial Jobless Claim หรือจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานอยู่ที่ 166,000 คน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดฯคาดไว้ที่ 200,000 คน (จุดต่ำสุดรอบ 53 ปี) ซึ่งทำให้ตำแหน่งงานว่างมากถึง 5 ล้านตำแหน่ง และถือเป็นแรงผลักดันให้ค่าแรงขึ้น พร้อมกับมีส่วนให้เงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูง


2.ผลกระทบจากการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร คว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม พุ่งเป้าไปที่บุคคลวงในของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน รวมถึงลูกสาว 2 คนของ โดยตัดการเชื่อมต่อจากระบบการเงินสหรัฐฯและอายัดทรัพย์สินในอเมริกาทั้งหมด นอกจากนั้นสหรัฐฯ ยังใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและเศรษฐกิจ ห้ามการลงทุนใหม่ๆ ในรัสเซีย, ตัดขาดธนาคารเอกชนใหญ่สุดของรัสเซียอย่าง อัลฟา แบงก์ (Alfa Bank) และสเบอร์แบงก์ (Sberbank) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินใหญ่สุดของรัสเซีย จากระบบการเงินสหรัฐฯ และคว่ำบาตรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งคาดเป็นแรงกดดันต่อประมาณการเศรษฐกิจของหลายประเทศ ซึ่งการคว่ำบาตรที่รุนแรงขึ้น และอาจกินระยะเวลายาวจะเป็นปัจจัยที่บั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ


3.อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ทั้งสหรัฐฯ โรป อังกฤษ รวมถึงไทย โดยมุมมองค่อนข้างจะเห็นสอดคล้องกันมากขึ้นว่า อัตราเงินเฟ้อสูงจะยังอยู่กับระบบเศรษฐกิจ ยาวนานกว่าที่คาดไว้ในช่วงต้นปี 2565


สรุปคือ การเดินหน้านโยบายการเงินตึงตัวของ Fed และธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ยังต้องเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่ระดับการดำเนินการจะรุนแรง รวดเร็วเพียงใด ขึ้นอยู่กับ การพิจารณาทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ผลดังกล่าวต้องถือเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในอนาคต และต้องติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด


ขณะที่ประเทศไทยเริ่มเห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักขึ้น ผ่าน Google Mobility Trendณ สิ้นเดือน มี.ค. 65 พบว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 4/64 และเพิ่มขึ้นในทุกกิจกรรม ทั้งการออกจากบ้าน, ออกไปซื้อของ, ซื้อยา, ออกไปทำงาน, ออกไปที่สถานที่กลางแจ้ง สูงกว่า 20% เมื่อเที่ยบกับช่วงหลังสงกรานต์ของปี 2564 ทั้งสิ้น


ส่วนต้นเดือน เม.ย. 65 เริ่มเห็น Pent Up Demand ในประเทศไทย หลังยกเลิกตรวจ RT-PCR 72 ชม. โดยทางโฆษกนายกฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วง 7วันแรกของเดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 11,623 คน ปรับเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในเดือน มี.ค. ราว 66%


การทยอยเปิดประเทศตามลำดับ ถือเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นกลุ่มอาหารและท่องเที่ยว MINT, ERW, M, กลุ่มขนส่ง AOT, BTS, BEM, กลุ่มสถานที่ท่องเที่ยว CPN, CRC, MAJOR เป็นต้น


ด้านความกังวล Fed เร่งขึ้นดอกเบี้ย โดยตลาดคาดว่า ปลายปี 2022 ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.5% พร้อมกับมีแนวทางปรับลดงบดุลกว่า 9.5 หมื่นล้านเหรียญ/เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. 65 ถือเป็นการส่งสัญญาณการลดสภาพคล่องส่วนเกินที่เร็ว และแรงขึ้น กดดันตลาดหุ้นโลก และส่งผลให้ Bond Yield 10 ปี สหรัฐ เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่อยู่ที่ 2.66% (สูงสุดในรอบ 3 ปี) ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมา โดย Dollar Index เกือบแตะระดับ 100 จุด (สูงสุดในรอบ 2 ปี)


นอกจากนี้ข้อมูลจากทาง Bloomberg ยังบ่งชี้ว่า Real Yield ของไทยที่อยู่ระดับต่ำกว่าปกติมากอยู่ที่ -3.4% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี) และยังค่า Correlation หรือการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับ Bond Yield สหรัฐมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค หนุนให้Bond Yield 10 ปี ของไทยมีโอกาสเร่งตามสหรัฐขึ้นมาได้เร็วในช่วงต่อจากนี้


ประเด็นดังกล่าวเริ่มกดดันให้ Fund Flow ต่างชาติเริ่มชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสะท้อนได้จากวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่างชาติสลับมาขายสุทธิหุ้นไทย 1.37 พันล้านบาท (หลังจากซื้อสุทธิ 7 วันทำการ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท) พร้อมกับชอร์ตสุทธิสัญญา SET50 Futures 45,347 สัญญา (หลังจากซื้อสุทธิ 7 วันทำการ มูลค่า 45,653 สัญญา) กดดัน SET Index ปรับตัวลดลง 18.77 จุด หรือ 1.1%


แต่ยังพอมีหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดอยู่หลายกลุ่ม ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ICT, COMM, TOURISM, CONS, TRANS และหุ้นได้ประโยชน์นโยบายการเงินตึงตัว INSUR รวมถึงหุ้นผันผวนต่ำ HELTH


โดยฝ่ายวิจัยฯ ยังคงแนะนำหุ้นที่น่าจะ Outperform ตลาดได้ มี 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

  • หุ้นได้แรงหนุนจากนโยบายการเงินตึงตัว แนะนำ กลุ่มธนาคารและประกัน KBANK, SCB, BBL, BLA

  • หุ้นได้ประโยชน์ต้นทุนอิงกับราคา Commodity มีโอกาสทยอยลดลงแนะนำ GPSC, BGRIM, BJC, SAPPE

  • หุ้นปัจจัย 4 ผันผวนต่ำกว่าตลาด แนะนำ M, CPALL, HMPRO, CRC, BH, BDMS

 

จากการประเทินของนักวิเคราะห์ โดยหุ้นที่น่าจะ Outperform ตลาดได้ มี 3 กลุ่มดังกล่าวนั้น ทีมข่าว Wealthy Thai ได้เข้าไปสำรวจราคาเป้าหมายของ IAA Consensus พบว่า


KBANK IAA Consensus เฉลี่ยที่ 178.4 บาท


SCB IAA Consensus เฉลี่ยที่ 156.2 บาท


BBL IAA Consensus เฉลี่ยที่ 163.8 บาท


BLA IAA Consensus เฉลี่ยที่ 48.25 บาท


GPSC IAA Consensus เฉลี่ยที่ 81.60 บาท


BGRIM IAA Consensus เฉลี่ยที่ 45.02 บาท


BJC IAA Consensus เฉลี่ยที่ 40.73 บาท


SAPPE IAA Consensus เฉลี่ยที่ 32.04 บาท


M IAA Consensus เฉลี่ยที่ 61.88 บาท


CPALL IAA Consensus เฉลี่ยที่ 75.23 บาท


HMPRO IAA Consensus เฉลี่ยที่ 17.33 บาท


CRC IAA Consensus เฉลี่ยที่ 42.58 บาท


BH IAA Consensus เฉลี่ยที่ 167.5 บาท


BDMS IAA Consensus เฉลี่ยที่ 27.56 บาท



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us