Official Update :

RS กำลังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ เมื่อผลประกอบการธุรกิจ commerce และ Media จะโตเกิน 100%

ปีที่ผ่านมา RS หรือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยมีกำไรสุทธิ 127.4 ล้านบาท ลดลง 75.% จากปี 2563 เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของ Covid-19 ทำให้ธุรกิจหลักของบริษัทซึ่งต้องพึ่งพิงกำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวลดลง ประกอบกับมีค่าใช้งานในการขายและบริหารแบรนด์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมกำไรปรับตัวลดลง แต่ปี 2565 จะเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวและสร้างการเติบโตในทุกมิติ ทั้งธุรกิจ commerce และ entertainment ด้านราคาหุ้นแม้ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจะ outperform SET ราว 7% แต่นักวิเคราะห์มองว่าราคาปัจจุบันน่าสนใจ และยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว!!



ปี
2565 เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ

โดยนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า RS ยังคงเป้ารายได้ปี 2565 ที่ 5.1 พันล้านบาท เติบโต 43% จากปีก่อน โดยแบ่งเป็นธุรกิจ commerce ที่ 2,750 ล้านบาท โต 21% จากปีก่อน และ Media & Entertainment ที่ 2,350 ล้านบาท โต 80% จากปีก่อน ซึ่งรายได้ที่บริษัทตั้งไว้สูงกว่าที่เราคาดที่ 4,130 ล้านบาท หรือ 16% จากปีก่อน


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะออกสินค้าผสม Hemp & CBD ประมาณ 7-8 SKUS โดยคาดจะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่เดือน เม.ย. นี้ เป็นต้นไป เช่น Camu C ผสมใบกัญชง (ราคา 25 บาท วางจำหน่ายที่ 7-Eleven และ Modern Trade), Camu C ผสม CBD 2 SKUs (ราคา 39 บาท วางจำหน่ายที่ 7-Eleven และ Modern Trade), Hemp pet care product 3-4 SKUS ในช่วงไตรมาส 3/65 คาดอัตรากำไรขั้นของสินค้ากลุ่มนี้จะอยู่ที่ 45-50%


ขณะเดียวกันก็คาดว่า Popcoin จะเข้าเทรดใน Bitkub ในไตรมาส 2/65 ปัจจุบันสามารถจำหน่ายเหรียญให้พาร์ทเนอร์ได้ประมาณ 1.5 พันล้านเหรียญ หรือ 60% ของเป้ายอดขายเหรียญที่บริษัทตั้งไว้ ส่วนดีล ULife คาดจะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 หากรายได้เป็นไปตามที่บริษัทคาด ปีนี้จะเป็น upside ต่อกำไรสุทธิราว 63 ล้านบาท หรือบวก 12% ต่อประมาณการ (หลังหักดอกเบี้ยจ่าย) และปี 2566 จะเป็น upside ต่อกำไรสุทธิราว 106 ล้านบาท หรือบวก 17% ต่อประมาณการ อย่างไรก็ตามเรายังไม่ได้รวมดีลข้างต้นในประมาณการ


สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/65 จะพลิกฟื้นเป็นกำไรจากขาดทุนสุทธิ 66 ล้านบาท ในไตรมาส 4/64 แต่ยังคงลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 ที่มีกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท โดยการฟื้นตัวจากไตรมาส 4/64 เกิดจากธุรกิจ entertainment ที่ฟื้นตัว โดยรายได้ช่อง 8 ปรับตัวดีขึ้น จากการออกอากาศคอนเทนต์ใหม่ทั้งไตรมาสและรับรู้รายได้จาก licensing ที่ 50 ล้านบาท (ไตรมาส 4/64 รับรู้รายได้ 10 ล้านบาท) ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ของ licensing จะลง bottom line นอกจากนี้ รายได้ธุรกิจ commerce ยังฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 อีกด้วย ด้านผลประกอบการที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 นั้นเกิดจากผลกระทบของ Covid-19


อย่างไรก็ตาม เรามองว่าตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป กำไรจะกลับมาเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวหลัง Covid-19 คลี่คลาย ดังนั้น เราจึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2565 ที่ 511 ล้านบาท หรือเติบโตสูงถึง 301% จากปี 2564 หนุนโดย 1. รายได้รวมขยายตัว 16% จากรายได้ Commerce ที่ฟื้นตัว 10% และรายได้ Entertainment ที่โต 30% รวมถึงการรับรู้รายได้จาก Popcoin ที่220 ล้านบาท, 2. อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ media ที่ดีขึ้น และ 3. การรับรู้ equity income จาก Chase เข้ามาเต็มปี และ SPG ตั้งแต่ไตรมาส 2/65 ซึ่งเพิ่มขึ้น 89% จากปีก่อน



ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนปัจจัยบวก

ด้านราคาหุ้น ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา outperform SET ประมาณ 7% โดยปัจจุบัน RS เทรดอยู่ที่สัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (PER) ปี 2565 ที่ 31.6x ซึ่งเรามองว่าราคาปัจจุบันน่าสนใจ ยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 4/64  และจะฟื้นตัวในปี 2565 เป็นต้นไป ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 21.00 บาท



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้