Official Update :

PTTEP วางกลยุทธ์สู่การเป็นหุ้นยั่งยืน ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลงทุนธุรกิจใหม่

บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ที่ได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับด้านความยั่งยืน (S&P Global Sustainability Awards) โดยในการจัดอันดับครั้งนี้ทาง PTTEP ได้ถูกจัดอยู่ในระดับ Silver Class


โดยถือเป็น 1 ใน 41 บริษัทไทยติดอันดับด้านความยั่งยืน จากทาง S&P Global ซึ่งมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และเพิ่มขึ้นถึง 12 บริษัทจากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของส่วนหนึ่งธุรกิจไทยด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเชื่อมั่นในสายตาผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ


ทั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปพบกับแนวทางการพัฒนาธุกิจให้ยั่งยืนของทาง PTTEP ว่ามีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้การบริหารงานด้านการพัฒนายั่งยืนอย่างไรบ้าง และมีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจให้อยู่ร่วมไปพร้อมๆกับสังคมรวมถึงการบริหารงานด้านความเสี่ยงในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากการทรานฟอร์มแหล่งพลังงาน


ข้อมูลที่น่าสนใจของ PTTEP คือหัวข้อ “การปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต” อย่างที่นักลงทุนรู้กันดีว่าราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกล้วนมีความผันผวน ซึ่งไม่แค่เพียงผลกระทบจากความต้องการและปริมาณการผลิต แต่บางส่วนยังเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัจจัยที่ไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า


เช่นจากผลกระทบของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่แพร่ระบาดกันไปทั่วโลก ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดหายลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ และส่งผลให้บางช่วงบางตอนราคาน้ำมันอยู่ในสถานะที่ติดลบ รวมถึงล่าสุดปัจจัยทางสงครามที่ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในรอบหลายปี


โดย PTTEP มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต  คือ การลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มปริมาณการผลิตจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจและผลิตโดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน รวมวิธีการคิดนอกกรอบที่จะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่


ในแง่มุมของการต้นทุนการผลิตนั้น ก็สะท้อนให้เห็นออกมาเป็นผลกำไรที่ โดย PTTEP คาดการณ์ว่าสําหรับไตรมาส 1/65 และทั้งปี 65 จะสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยได้ที่ประมาณ 27-28 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่านํ้ามันดิบ ลดลงจากปีก่อนหน้าจากการบริหารจัดการต้นทุน เมื่อเทียบกับในปี 64 ที่อยู่ในระดับ 28.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล


ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาทาง PTTEP ได้มองหาโอกาสการลงทุนร่วมกับผู้ร่วมทุนที่มีความเชี่ยวชาญ (Strategic Alliance) ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งได้แก่ประเทศโอมาน และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีต้นทุนในการดําเนินการที่ตํ่า


ส่วนการเพิ่มปริมาณการผลิตจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจและผลิต PTTEP วางกลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงการในปัจจุบัน โดยเน้นการเพิ่มปริมาณการผลิตจากโครงการหลัก โดยเฉพาะโครงการก๊าซธรรมชาติในประเทศเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้พลังงาน


อย่างไรก็ตาม PTTEP มีแนวทางในการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจไปยังธุรกิจใหม่ที่นอกเหนือจากธุรกิจสํารวจและผลิตปิ โตรเลียม ด้วยโอกาสสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จํากัด (ARV) โดยเร่งนําผลิตภัณฑ์และบริการเข้าสู่ตลาดให้เร็วขึ้น


อีกทั้งแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งในรูปแบบธุรกิจโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว(Gas/LNG to Power) และพลังงานหมุนเวียน ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา


แสวงหาโอกาสการลงทุนในเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization andStorage – CCUS) รวมถึงพลังงานรูปแบบใหม่ในอนาคต เช่น ไฮโดรเจน และจะพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการไปสู่การเป็นธุรกิจในอนาคต


นอกจากนี้ภายใต้ความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยทาง PTTEP เน้นยํ้าการดําเนินงานตามแผนกลยุทธ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


ด้วยการวางแผนจะเป็นองค์กรคาร์บอนตํ่าเพื่อบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย ณ สิ้นปี 2564 บริษัทสามารถลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการดําเนินงานได้ 24.1% จากเป้าหมายที่จะลดให้ได้อย่างน้อย 25% ภายในปี 2573เมื่อเทียบกับปีฐาน 2555


และยังได้ประกาศเป้าหมายและแผนการดำเนินงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ซึ่งมีแนวทางการดำเนินการผ่านแนวคิด EP Net Zero 2050 โดยจะเลือกลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero GHG Emissions เน้นการลงทุนในโครงการก๊าซธรรมชาติ



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่