ดัชนีหุ้นไทยเปิดร่วงแรงตามต่างประเทศ ชี้เงินเฟ้อ – Sell in May ยังกดดัน แนะ 3 ธีมหุ้น น่าเก็งกำไรระยะสั้น
ตลาดหุ้นเช้านี้ปรับตัวลงแรงในช่วงเช้าวันนี้ โดยดัชนีปรับตัวลดลงมากกว่า 10 จุด หรือร่วงมากกว่า 1 % ตามความกังวลเศรษฐกิจอาจชะลอตัวจากปัจจัยกดดันภายนอก โดยแนะนำให้เก็งกำไรในหุ้นรายตัวที่คาดว่างบไตรมาส 1/65 จะดี และได้รับบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า รวมถึงหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการลดการส่งออกน้ำมันปาล์ม
โดยคุณอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยในวันนี้เป็นไปตามทิศทางของตลาดหุ้นในภูมิภาค จากความกังวลเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลง จากปัจจัยกดดัน 1.ความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด โดยปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนพ.ค.และมิ.ย. 2565 เพื่อสกัดเงินเฟ้อระดับสูง, 2. สถานการณ์ Covid-19 ในจีนที่ยังน่าเป็นห่วง แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการคุมเช้ม แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และ 3. สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวลงไม่มาก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านที่ปรับลงราว 1-2%
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ช่วงนี้แนะนำนักลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น เพราะตลาดหุ้นมีอัพไซด์จำกัด บล.ทิสโก้ ให้เป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2565 ที่ 1,720 จุด ซึ่งบริเวณ 1,700 จุด มองว่าระยะสั้นยังไม่สามารถผ่านไปได้ โดยเน้นหุ้นรายตัวที่คาดว่างบไตรมาส 1/65 จะออกมาดีและได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทีท่อ่อนค่า เช่น GFPT และ ICHI รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลือง เพราะอินโดนีเซียลดการส่งออกน้ำมันปาล์มพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนในประเทศ และยังไม่มีกำหนดว่าจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวเมื่อไหร่ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น CPI, UVAN, TPO
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ตลาดจะถูกกดดันจากเงินเฟ้อเร่งตัว เดือน พ.ค.65 ... กังวล Sell in May
เดือน พ.ค.65 มีหลายองค์ประกอบที่ชี้ให้เห็นว่า มีโอกาสเกิดเงินเฟ้อเร่งตัวในประเทศและอาจถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดันให้ตลาดผันผวนดังนี้
-
แผนตรึงราคาขายปลีกดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทจะครบ 3 เดือน ในวันที่ 20 พ.ค. 65 อาจมีโอกาสทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น และคาดว่าผู้ประกอบการขนส่งจะมีการปรับขึ้นค่าขนส่ง 15-20% หลังรัฐบาลยกเลิกมาตรการ
-
มาตการ “คนละครึ่ง” เฟส 4 ที่จะหมดลงใน 30 เม.ย. 65 และด้วยเงินทุนกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีเหลือจำกัดราว 7.4 หมื่นล้านบาท ทำให้การผลักดันมาตการ “คนละครึ่ง” เฟส 5 มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง
-
การคว่ำบาตรรัสเซียในหลายๆประเทศยังยืดเยื้อ ทำให้สินค้าส่งออกหลักของรัสเซียที่ส่วนใหญ่จะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ มีโอกาสขาดแคลนในช่วงสั้น เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เร่งให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้
สรุปคือ ปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ขณะที่การกระตุ้นทางการคลังเริ่มลดน้อยลง จากหลายๆ มาตรการทยอยหมดอายุ กดดันให้ปัจจัยผลักดันตลาดหุ้น สร้างความกังวลเรื่อง Sell in May
เปิดประเทศ คลายมาตรการ ข่าวดีสำหรับหุ้นเปิดเมือง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ศบค. ชุดใหญ่เห็นชอบเปิดประเทศเต็มรูปแบบมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ค. 65 เป็นต้นไป มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
-
ยกเลิกระบบ Test & go คลายเงื่อนไขเข้าประเทศ
-
ปรับระดับพื้นที่ของโรคโควิด19 ทั่วประเทศ เหลือแค่พื้นที่สีเหลืองและสีฟ้า
-
ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึงเที่ยงคืนทั่วประเทศ
-
ลดวันกักตัวเหลือ 5+5 จาก 7+3 คือ กักตัว 5 วัน สังเกตอาการ 5 วัน
-
การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มผ่อนคลายขึ้น
-
เปิดเรียนแบบ On-Site
ประเด็นดังกล่าวถือเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นเปิดเมือง แนะนำหุ้นท่องเที่ยว MINT, ERW, CENTEL หุ้นสถานที่ท่องเที่ยวและจับจ่าย CPN, CRC, CPALL หุ้นเกี่ยวกับการเดินทาง AOT, AAV, BEM เป็นต้น
