เปิดมุมมองไตรมาส 1/65 เมื่อปัจจัยลบรุมเร้า อาจทำ CPF ขาดทุน 1.5 พันล้านบาท!!
ดูเหมือนธุรกิจของ CPF ช่วงนี้ต้องเผชิญกับปัจจัยลบที่เข้ามากดดันผลประกอบการจำนวนมาก ทั้งราคาเนื้อหมูในหลายประเทศที่ปรับตัวลดลง ราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองที่ปรับเพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ยืนอยู่ในระดับสูง รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นของบริษัทร่วมทุน Hylife และบริษัทย่อย CTI ส่งผลให้นักวิเคราะห์มีความเห็นเกี่ยวกับทิศทางกำไรไตรมาส 1/65 ของ CPF ที่แตกต่างกัน ทั้งคาดว่าจะกำไรในระดับพันล้าน ร้อยล้าน ไปจนถึงขาดทุนหักพันล้าน ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ขอหยิบความเห็นจาก 2 บริษัทหลักทรัพย์มานำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลให้นักลงทุนพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุน
บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดไตรมาส 1/65 กำไรโต 550 ล้านบาท
สำหรับมุมมองแรกมาจากกบล.โนมูระ พัฒนสิน โดยนักวิเคราะห์ ระบุว่า คาดวันที่ 12 พ.ค. 2565 CPF จะรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/65 ที่ 505 ล้านบาท ลดลง 93% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 และลดลง 92% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 จากปัจจัย คือ 1. คาดกำไรจากการขายหุ้น CPALL จะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท, 2. คาดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ราว 200 ล้านบาท และ 3. คาดไม่มีบันทึกเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ชีวภาพ จึงคาดว่าไตรมาส 1/65 ของ CPF จะขาดทุนปกติ 1,695 ล้านบาท เพราะต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่ม 30% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 และเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 มีเพียงราคาหมูและไก่ในไทยที่เพิ่มขึ้นชดเชยต้นทุนได้ ขณะที่ราคาหมู เวียดนามและกัมพูชาลดลง ส่วนราคาหมูลาวและฟิลิปปินส์ รวมถึงราคาไก่อินเดียเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอจะชดเชยต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL และ MAKRO เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดจากไตรมาสก่อนหน้า ด้านส่วนแบ่งจาก CTI ที่ทำธุรกิจอาหารสัตว์และเนื้อสุกรในจีน คาดจะขาดทุนเพิ่มทั้งจากไตรมาส 1/64 และไตรมาส 4/64 เพราะราคาหมูจีนปรับตัวลดลง 58% และ 17% ตามลำดับ ขณะเดียวกันส่วนแบ่งจาก Hylife ธุรกิจเนื้อหมูในแคนาดา คาดจะขาดทุนเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 1/64 และไตรมาส 4/64 เช่นเดียวกัน เพราะต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นและการส่งออกไปจีนน้อยลง
สำหรับคำแนะนำ บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 26 บาท เพราะคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ยังไม่ค่อยดี จากแรงกดดันของต้นทุนอาหารสัตว์และราคาหมูในจีนเวียดนามยังไม่ฟื้นตัว ถึงแม้ราคาหมูและไก่ไทยเพิ่มขึ้นชดเชยต้นทุนได้ แต่กำไรไม่เพียงพอชดเชยจีนและเวียดนามที่อ่อนตัว ส่วนการส่งออกไก่ไปซาอุนั้น CPF นับว่าเป็นบริษัทที่มีศักยภาพทั้งเทคโนโลยีและกำลังการผลิตที่ยังเหลือ
บล.พาย มองต่าง คาด CPF อาจขาดทุน 1,500 ล้านบาท
ด้านนักวิเคราะห์จากบล. พาย มีมุมมองที่แตกออกไป เพราะคาดว่าไตรมาส 1/65 CPF จะขาดทุนที่ระดับ 1,571 ล้านบาท จากที่มีกำไร 6,945 ล้านบาท ในไตรมาส 1/64 และกำไร 6,720 ล้านบาท ในไตรมาส 4/64 (แต่ถ้าดูเฉพาะรายการปกติจะขาดทุนลดลงจาก 3,474 ล้านบาท ในไตรมาส 4/64) ซึ่งแรงกดดันหลักมาจากต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวโพดที่เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 8% จากไตรมาสก่อนหน้า หรือกากถั่วเหลือง ที่เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 9% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะได้รับผลดีจากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาสุกรอยู่ที่ 94 บาทต่อกก. (เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 22% จากไตรมาสก่อนหน้า) และเนื้อไก่ที่ 39 บาทต่อกก. (เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 19% ไตรมาสก่อนหน้า)
สำหรับภาพรวมรายได้ไตรมาส 1/65 คาดจะที่ 142,307 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อนหน้า) และมีกำไรขั้นต้นที่ 10.5% ลดลงจาก 20% ในไตรมาส 1/64 แต่ดีขึ้นจาก 7% ในไตรมาส 4/64 ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 14,231 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อนหน้า) ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนบริษัทร่วมอยู่ที่ 60 ล้านบาท จากที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 2,043 ล้านบาท ในไตรมาส 1/64 และ 2,636 ล้านบาท ในไตรมาส 4/64 เนื่องจาก CTI ได้รับผลกระทบจากราคาสุกรที่ยังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันเหลือเพียง 11-12 หยวนต่อกก. ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว และแม้ว่าจะมีความพยายามขายหมูชำแหละมากขึ้นก็ยังไม่อาจจะลด ผลกระทบดังกล่าวลงได้ทันรวมถึง CPF ยังมีการถือหุ้น CTI เพิ่มเป็น 27% จาก 18% ทำให้ต้องรับผลกระทบดังกล่าวเข้ามาเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ปี 2565 เรามองว่าในแง่รายได้คาดว่าจะเติบโตได้ตามเป้าที่ประเมินไว้ที่ 582,950 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิที่คาดไว้ที่ 16,181 ล้านบาท อาจเป็นระดับที่สูงไป หลังจากคาดว่าในช่วงไตรมาส 1/65 อาจจะออกมาขาดทุน ทั้งนี้ เราอาจมีการปรับประมาณการลงหลังประกาศผลประกอบการอีกครั้ง โดยคำแนะนำการลงทุน แม้ว่า CPF จะมีปัจจัยบวกอยู่ทั้งราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่อยู่ในระดับสูง และข่าวดีถึงการส่งออกไก่ไปยังซาอุฯ ได้ แต่ด้วยต้นทุนที่ยังกดดัน รวมถึงผลประกอบการงวดไตรมาส 1/65 ที่คาดว่าจะไม่ดีนัก เราจึงคงคำแนะนำ “ถือ” เช่นเดิม และประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ที่ 26.25 บาท
แม้ทิศทางกำไรที่ทั้ง 2 โบรกประเมินจะแตกต่างกัน แต่คำแนะนำการลงทุนคล้ายคลึงกัน ดังนั้นนักลงทุนต้องนำมาวิเคราะห์และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตลงทุนได้ และห้ามลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ควรตัดสินใจอย่างรอบคอบบนความเสี่ยงที่ตนเองรับได้

