หุ้นไทยร่วงแรงรับกังวลขึ้นดอกเบี้ย ตลท.ชี้ 3ปัจจัยกดดันตลาดผันผวนกว่าปีก่อน มองเปิดประเทศช่วยดึงดูดเงินไหลเข้า
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง ตามตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากตลาดกลับมากังวลเรื่องของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้ การประชุม FED ที่ส่งสัญญาณว่ายังไม่มีการพิจารณาเรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยเบี้ย 0.75% แล้วก็ตาม ซึ่งนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในช่วงนี้จะทำอย่างไร Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว
ดร. ศรพล ตุลยะเสถียรรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในปีนี้จะมีความผันผวนมากกว่าปีกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาที่มีการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่างเข้ามาอย่างมาก แต่ตลาดหุ้นไทยยังมีความแข็งแกร่งเห็นได้จากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ปัจจัยที่เข้ามากระทบในช่วงนี้ เรามองใน 3 เรื่อง คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐและภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก การแพร่ระบาดของ Covid – 19 ที่ยังไม่จบ และในขณะเดียวกันยังเกิดภาวะของสงครามรัสเซียที่มีปัญหา”
ทั้งนี้ภาพการเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย เห็นได้จากเงินทุนยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากที่สุดในภูมิภาค ซึ่งแสดงถึงความเข้มแข็งของตลาดหุ้นไทย และเรายังมีข่าวดีในเรื่องของการเปิดประเทศที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ซึ่งหากเราสามารถควบคุมการติดเชื้อ Covid-19 ที่ดีก็จะส่งผลบวกกับตลาดหุ้นไทย
สะท้อนจากมุมมองของนายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยกับ Wealthy Thai ถึงประเด็นดังกล่าวว่า จากดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ หลังจากที่ตลาดเริ่มกลับมากังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ
จากล่าสุด หากเข้าไปดูที่ตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมรอบหน้า และดอกเบี้ยปลายปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 3% ซึ่งส่วนนี้มองว่า เป็นอะไรที่ค่อนข้างผันผวน เนื่องจาก สวนทางวานนี้ หลังจากการประชุม FED ที่ส่งสัญญาณว่ายังไม่มีการพิจารณาเรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยเบี้ย 0.75% ทำให้ตลาดดีดตัวขึ้นทันที แต่อย่างไรก็ตามในวันนี้ ตลาดกลับมาเชื่อแบบนี้ จึงทำให้เกิดความกังวล ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงดังกล่าว และสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
ทั้งนี้ประเมินว่าในระยะสั้นนักลงทุนจะต้องลดการเก็งกำไรลง โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็ก และหุ้นที่มีสถานะ Block Trade คงค้างที่อยู่ในระดับสูงจะต้องระวัง เพราะหากมีการเร่งปิดสถานะขึ้นมาจะทำให้หุ้นดังกล่าวเกิดความผันผวนขึ้นมาได้ ส่วนการลงทุนระยะกลาง-ยาว ให้ใช้จังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา เป็นโอกาสรับได้ แต่เน้น Selective สำหรับการลงทุนในระยะกลาง-ยาว เนื่องจากภาพตลาดตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงของการปรับฐานต่อ
สำหรับหุ้นที่แนะนำ ยังโฟกัสในหุ้นเปิดเมือง อย่าง AOT, MINT รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Bond Yield ขาขึ้น อย่าง BLA และหุ้นที่ earning ในช่วงไตรมาส 1 ฟื้นตัว และดีต่อในช่วงไตรมาส 2/65 อย่าง TFG
ขณะที่สัปดาห์หน้านักลงทุนต้องติดตามการรายงานเงินเฟ้อสหรัฐ ว่าจะออกมาเป็นภาพตามตลาดคาดหรือไม่ เนื่องจากตลาดคาดว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะมีโอกาสผ่านจุดพีคในเดือนก่อน ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญในช่วงสัปดาห์หน้า โดยภาพของการลงทุนในสัปดาห์หน้ายังคงแนะนำธีมหลักๆ คือ หุ้นเปิดเมืองเป็นหลัก อย่าง AOT ที่จะได้ประโยชน์โดยตรง และ MINT ไตรมาส 1 จะเป็นจุดต่ำสุด หลังจากนั้นไตรมาส 2 จะเป็นภาพของการฟื้นตัว จึงมองว่าน่าสนใจ
