2 หุ้นไอพีโอเคาะราคาพร้อมกัน PLUS 4.50 บาท – FTI 2.50 บาท สนใจหุ้นไหนติดต่อจองได้ตามนี้ !!

เคาะราคาออกมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับ 2 หุ้นไอพีโอที่เตรียมจะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนพ.. นี้ นั่นคือ PLUS หรือ บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้ และ FTI หรือ บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้า ประกอบผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำ



PLUS เคาะราคาไอพีโอ 4.50 บาท

สำหรับ PLUS จะเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่่วไป (IPO) จำนวน 170 ล้านหุ้น หรือ 25.4% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 4.50 บาท มีกำหนดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่  11-13.. 2565  และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 20 .. 2565


โดยนักลงทุนสามารถจองซื้อหุ้นไอพีโอได้ที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย พร้อมด้วย ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 5  แห่ง ได้แก่ บล.กรุงไทย ซีมิโก้, บล.ฟินันซ่า, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย และ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)


สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปจ่ายคืนหนี้สินเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวน 75 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการจำนวน 424.7 ล้านบาท และใช้สำหรับโครงการขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม 235.3 ล้านบาท


ในส่วนของโครงการขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรที่คาดว่าจะใช้งบประมาณ 235.3 ล้านบาท นั้น แบ่งเป็น 1. โครงการโซลาร์รูฟท็อป กำลังผลิต 1 เมกะวัตต์ งบลงทุน 35.3 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้ง คาดจะสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ราว 30% และ โครงการผลิตระบบการบรรจุแบบปลอดเชื้อ สำหรับขวดพลาสติกแบบ PET งบประมาณ 200 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับซัพพลายเออร์ คาดจะติดตั้งแล้วเสร็จในไตรมาส 1/66 เพื่อขยายผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้บรรจุขวดพลาสติกแบบ PET ในกลุ่มประเทศ CLMV  


โดยนายพลแสง แซ่เบ๊ กรรมการผู้อำนวยการ PLUS กล่าวว่า ปี 2565 บริษัทวางเป้าหมายยอดขายจะเติบโต 50% จากปี 2564 ที่มียอดขาย 1,009 ล้านบาท จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์เดิมและการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ผลิตภัณฑ์ Plant-based และ น้ำนมมะพร้าวสกัดจากธรรมชาติ 100% เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ ทั้งนี้ บริษัทวางแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปีละ 2 รายการ


ด้านนางสาวสุวิมล ศรีโสภาจิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ PLUS กล่าวเพิ่มเติมว่า KGI มีความมั่นใจในหุ้นไอพีโอของ PLUS จากจุดเด่น ดังนี้ 1. ผลิตภัณฑ์ของบริษัททั้งน้ำมะพร้าวและน้ำนมมะพร้าวมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก , 2. การเป็น OEM ที่เป็นเจ้าของสูตรการผลิต ทำให้โอกาสที่ลูกค้าจะหันไปหาผู้ผลิตรายอื่นจึงทำได้ยากมาก, 3. แนวโน้มและประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ส่งผลให้อัตรากำไรของบริษัทปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการปประหยัดต่อขนาดหรือการเน้นขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิททธิภาพ,


4.ผลกระทบเชิงบวกจากการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า และ 5. จะไม่มีการขายหุ้นเดิมอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มนอกเหนือจาก 55% ที่ติด Silent Period



FTI เคาะราคาไอพีโอ 2.50 บาท

ขณะที่นายวิชา โตมานะ  กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ  บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน FTI เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่่วไป (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E ที่ 30.92 เท่า ซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน โดยมีกำหนดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่  11-13.. นี้  และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนใน SET ในวันที่ 19.. 2565


พร้อมกันนี้ยังมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 4  แห่ง ด้วยกันประกอบด้วย  บล.เอเชีย เวลท์, บล.โนมูระ พัฒนสิน, บล.กรุงศรี และ บล.บียอนด์


"การกำหนดราคาไอพีโอที่ระดับ 2.50  บาท ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีความน่าสนในอย่างมาก เนื่องจาก FTI มีจุดเด่นในฐานะที่เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างครบวงจรทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ทั้งหมดจำนวน 23 แบรนด์  ขณะที่ผู้บริหารและทีมบุคลากรมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมานานกว่า 25 ปี ส่วนฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง  และอนาคตมีโอกาสเติบโตตามแนวโน้มการใช้น้ำประปาและจำนวนผู้ใช้น้ำประปาในประเทศ ส่งผลให้บริษัทฯ มีฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น  ซึ่งจะเห็นได้ว่าการโรดโชว์ที่ผ่านมานักลงทุนให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทำให้มั่นใจว่าหุ้น FTI  จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนเช่นกัน" นายวิชากล่าว


ด้านดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  FTI  ระบุว่า บริษัทอยากให้ผู้ลงทุนมีส่วนร่วมในการถือหุ้น FTI  และเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ในการขยายตัวแทนจำหน่าย ภายในปี 2565-2567 ได้แก่ การขยายร้าน Aquatek จำนวน 50 สาขา ,ขยายร้าน Water Store จำนวน 5 สาขา ,เพื่อใช้ในการตกแต่งอาคารจัดแสดงสินค้าและจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ และใช้ในการปรับปรุงอาคารคลังสินค้า ในปี 2565-2566 ได้แก่ ปรับปรุงขยายพื้นที่คลังสินค้าและลงทุนในระบบการจัดการคลังสินค้า และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงใช้ในการขยายกำลังการผลิตประกอบ ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน  เพื่อเพิ่มศักยภาพของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตที่ดีในอนาคต  โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 25-30%

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้