ลุ้นตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์แตะ 1,635 จุด หาจังหวะเก็บหุ้นงบ Q1 โต ที่ช่วยดันดัชนี
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ประเมิน SET แกว่งตัว 1,615 - 1,635 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ โดยดัชนียังคงถูกกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวตามคาดการณ์ FED เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ การ Lockdown บางมณฑลของจีน รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงแรงเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตามคาดว่าแรงซื้อ Cover short และหุ้นงบไตรมาส 1/65 เติบโตจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
กลุ่มเดินเรือ PSL TTA ค่าระวางเรือเทกองฟื้นตัวขึ้น
หุ้นที่คาดว่างบ ไตรมาส 1/65 เติบโต IVL TOP SPRC BCP ESSO EPG CPALL CENTEL MINT BDMS JMT SINGER JMART TH FORTH GFPT
หุ้นแนะนำวันนี้
ASIAN (ปิด 16.60 ซื้อ/เป้า 23 บาท) ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าล่าสุดแตะระดับ 34.61 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่ามากสุดในรอบกว่า 5 ปี งบไตรมาส 1/65 ออกมาดีตามคาดทำได้ 248 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปลายปีเตรียม IPO บริษัทลูกในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (AAI) เข้าตลาดฯ
EPG (ปิด 9.8 ซื้อ/เป้า 16 บาท) แนวโน้มงบไตรมาส 4/65 (ม.ค.-มี.ค.) ไม่ได้แย่อย่างที่กังวล ขณะที่ไตรมาสนี้ (ไตรมาส 1/66) จะได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเนื่องจาก EPG มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศคิดเป็น 60% ของรายได้รวม และวันนี้ได้ผลบวกจากราคาน้ำมันดิบร่วงแรง
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) น้ำมันดิบ WTI หลุด 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล กังวลดีมานด์ชะลอตัวยังกดตลาด: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงอีก 3.33 ดอลลาร์ (-3.2%) ปิดที่ระดับ 99.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนยังกังวลกับภาวะดีมานด์ชะลอตัวโดยเฉพาะจีนซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการ Zero Covid นอกจากนี้ตลาดยังถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
(-) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยลดลงต่ำสุดในรอบ 8 เดือน: ม. หอการค้าฯ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย.ลดลงสู่ระดับ 40.7 จาก 42 ในเดือน มี.ค. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และ เป็นการลดลงทำสถิติต่ำสุดในรอบ 8 เดือน เนื่องจากประชาชนกังวลกับแนวโน้ม ศก., ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น และ ราคาพลังงานพุ่งสูง
(+/-) คืนนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐหากลดลงจะช่วยดึง Sentiment ของตลาด: เบื้องต้น Consensus คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐในเดือน พ.ค.จะลดลงสู่ระดับ 8.1-8.2% จาก 8.5% ในเดือน มี.ค. และคาดอัตราเงิน เฟ้อพื้นฐานที่ 6-6.2% จาก 6.5% ในเดือน มี.ค.หากตัวเลขลดลงจริงเชื่อว่าจะ ช่วยคลายกังวลต่อการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้แต่หากตัวเลขสูงกว่าที่ตลาด คาดแรงกดดันต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง
