TISCO ปี 64 มุ่งเติบโตทุกมิติ มั่นใจระบบธนาคารไทยแข็งแกร่ง
ปีที่ผ่านมาธุรกิจของ TISCO ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ Covid-19 ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นไปตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ปี 2564 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวแต่การกลับมาระบาดของ Covid-19 ก็ยังเป็นปัจจัยกดดันที่ฉุดเศรษฐกิจให้เติบโตต่ำ และมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้นธนาคารยังมุ่งเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยคุณสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินงานว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 มีแนวโน้มฟื้นตัวเป็นบวกเล็กน้อยที่ 2.0% ถือเป็นอัตราการฟื้นตัวในระดับต่ำมากจากปีที่ผ่านมา จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับมามีความไม่แน่นอนได้อีกครั้ง ทำให้ทิสโก้ยังมีการบริหารจัดการสินเชื่ออย่างระมัดระวังเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา และยังมุ่งเน้นการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจด้านที่ปรึกษาการลงทุน ประกันชีวิต ประกันภัย และที่ปรึกษาการลงทุน
สำหรับธุรกิจสินเชื่อ ทิสโก้มุ่งเน้นการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ พิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รวมถึงการดูแลติดตามและช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้ขยายระยะเวลาออกไปจนถึงกลางปีนี้ นอกจากนี้ยังเห็นโอกาสของการเติบโตจากความต้องการสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายใหญ่ เพื่อใช้ดูแลสภาพคล่องของภาคธุรกิจให้มีความต่อเนื่อง
ธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย ทิสโก้จะร่วมมือกับบริษัทประกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ Best-in-class ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำในลักษณะของ Branded Insurance รวมถึงพัฒนาบริการด้านดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการต่อยิดธุรกิจ
ธุรกิจธนบดี ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีพัฒนาที่ดีส่งผลให้ธุรกิจหลักทรัพย์และกองทุนรวมเติบโตสวนกระแสธุรกิจในกลุ่ม ซึ่งปีนี้คาดว่าทิศทางของตลาดหุ้นยังเอื้อต่อการเติบโตอยู่ โดยทิสโกจะมุ่งเน้นการให้บริการ Open Architecture เต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนางานวิจัยทั้งกองทุนและประกันภัย รวมถึงขยายการให้บริการ Health Protection Advisory และการวางแผนทางการเงิน
“ปีนี้มีหลายปัจจัยบวกให้กับธุรกิจธนบดี ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นประวัติการ ทำให้ต้นทุนการลงทุนถูกลง เศรษฐกิจทั่วโลกน่าจะปรับขึ้นดีกว่าปีก่อน การไหลออกของเม็ดเงินจากตลาดหุ้นที่พัฒนา และสภาพคล่องที่ล้นระบบซึ่งบางส่วนประเมินว่าจะไหลเข้าสู่ตลาดทุน ซึ่งจะช่วยด้านดีมานด์ ดังนั้นจึงมองว่าปีนี้ธุรกิจด้านตลาดทุนจะไปได้ดี แม้จะมีการแข่งขันสูง”
ตั้งสำรองสูง มั่นใจรองรับ NPL ทั้งปี
ส่วนแนวโน้มหนี้เสีย (NPL) ในปี 2564 อาจปรับขึ้นตามสถานการร์ปัจจุบัน ซึ่งการระบาดของ Covid-19 ทำให้เกิดการลอกดาวน์พื้นที่บางส่วน แม้จะไม่รุนแรงแต่อาจยืดเยื้อ ทำให้เกิดผลกระทบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยประเมินกรอบ NPL ไว้ราว 3.3-3.5% ซึ่งระดับเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ณ สิ้นปี 2563 อยู่ที่ 210.5% ยังเป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
ลูกหนี้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือต่ำ
มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ 2 ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปัจจุบันมีลูกหนี้เข้าร่วมโครงการประมาณ 6,000 ราย คิดเป็น 2% ของสินเชื่อรวม ซึ่งปรับลดลงจากจำนวนลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะ 1 ค่อนข้างมาก โดยมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 1 มีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 50,000-60,000 ราย คิดเป็น 20% ของสินเชื่อรวม ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่กลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติแล้ว มีเพียงบางส่วนที่เข้าร่วมมาตรการต่อเนื่อง
ลุ้นจ่ายเงินปันผลมากกว่า 50% ของกำไร
สำหรับนโยบายจ่ายปันผล คุณสุทัศน์มองว่ายังจ่ายได้ตามปกติ และจะพยายามจ่ายให้ได้มากที่สุด ซึ่งตามนโยบายการจ่ายเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 50% ของกำไร แต่ทิสโก้มีบริษัทในกลุ่มที่สามารถปันผลได้มากกว่าระดับดังกล่าว ดังนั้นภาพรวมจะทำให้บริษัทแม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้มากกว่านโยบายของธปท.
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการดำเนินปี 2564 เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยประเมินจากสถานการณ์แล้วไม่ได้หนักใจมาก เพราะมีระดับการตั้งสำรองที่ค่อนข้างสูง สามารถรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ อีกทั้งปัจจุบันระบบธนาคารของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมาก อยากให้นักลงทุนมั่นใจ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คุณสุทัศน์กล่าวทิ้งท้าย
