สรุปงบ 3 หุ้นใหญ่กลุ่มลีสซิ่ง TIDLOR กำไรโตโดดเด่นที่สุด!!

ผ่านช่วงประกาศงบไตรมาส 1/65 มาแล้ว และเป็นธรรมเนี่ยมที่ Wealthy Thai จะสรุปงบการเงินของหุ้นแต่กลุ่มมานำเสนอ ซึ่งวันนี้เป็นคิวของ 3 หุ้นใหญ่กลุ่มลีสซิ่งอย่าง SAWAD  MTC และ TIDLOR  มาดูกันว่าไตรมาส 1/65  หุ้นตัวไหนจะมีกำไรเติบโตโดดเด่นกว่ากัน แต่แนวโน้มไตรมาส 2/65 จะเป็นอย่างไร



SAWAD ไตรมาส 1/65 กำไรแย่กว่าคาด

มาเริ่มกันที่ SAWAD หรือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ที่ 1,035.95 ล้านบาท ลดลง 21.40% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และลดลง 9.4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า SAWAD ประกาศกำไรออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด ซึ่งปัจจัยกดดันหลักๆ มาจากการที่บริษัทเริ่มกลับมาตั้งสำรองราว 20 ล้านบาท จากที่บันทึกกลับรายการตั้งสำรองจำนวน 132 ล้านบาท ในไตรมาส 4/64 หลังบริษัทเริ่มหันมาขยายธุรกิจสินเชื่อเชิงรุก และผ่านพ้นการปรับโครงสร้างสินเชื่อภายในกลุ่มไปมากแล้ว ขณะที่ตัวเลข NPL ปรับตัวลงเล็กน้อยเหลือ 3.05% จาก 3.34% ในไตรมาส 4/64



ผลงานฟื้นตั้งแต่ไตรมาส
2 เป็นต้นไป

ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในระยะถัดไป ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการเดิม โดยคาดผลดำเนินงานของ SAWAD จะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป หนุนด้วยความต้องการสินเชื่อเงินด่วนของฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่เพิ่มสูงขึ้น บวกกับแผนขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มือหนึ่งของ SCAP เชิงรุก โดยอาศัยความชำนาญและเครือข่ายพันธมิตร Dealer ในจังหวัดใหญ่เป็นฐานในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ขณะที่บริษัทมีแผนจะเริ่มกลับมาขยายสินเชื่อจำนำบ้านและที่ดินที่ปัจจุบันย้ายมาดำเนินผ่านบริษัทย่อย S2014 แทน BFIT หลังเห็นสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วน Asset Yield คาดจะเริ่มเห็นทิศทางการขยับขึ้นสอดรับไปกับสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มือหนึ่งที่จะเร่งตัวขึ้น อย่างต่อเนื่อง (Yield สูงราว 30-40% ต่อปีมากกว่าค่าเฉลี่ยของพอร์ต) ดังนั้นจึงคาด SAWAD จะมีกำไรสุทธิในปี 2565 จำนวน 4,917 ล้านบาท โต 4.1% จากปีก่อน


ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นของ SAWAD ปรับตัวลงตอบรับผลดำเนินงานที่อ่อนตัวไปมากแล้ว จนมี Upside ถึง 59.2% จากมูลค่าพื้นฐานเดิมปี 2565 ที่ 76 บาท และคาด ให้ Div. Yield อีก 3.9% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”



MTC ผลงานทำนิวไฮอีกครั้ง

ถัดมา MTC หรือ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ที่ 1,375.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.14% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยบล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ผลงานไตรมาส 1/65 ของ MTC กลับมาทำนิวไฮอีกครั้ง ซึ่งปกติไตรมาส 1 จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรต่ำสุดสำหรับปี และมองภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น คาดไตรมาส 2, 3 และ 4 จะดีขึ้นเป็นลำดับ และเชื่อว่ากำไรของทั้งปี 2565 จะทำนิวไฮได้ ทั้งนี้ ไตรมาส 2/65 ยังมีแนวโน้มที่ดีจากความต้องการสินเชื่อที่มีจำนวนมาก ประกอบกับช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้สินเชื่อสูงกว่าครึ่งปีแรก



ราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐาน

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปี 2565 ที่ 6,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน เพราะเชื่อว่าแนวโน้มจะดีขึ้นบนภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น และเชื่อครึ่งปีหลังผลการดำเนินงานจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยภายใต้ฐานสินเชื่อที่ใหญ่มากถึง 1 แสนล้านบาท กับการขยายสาขาจนครอบคลุมทั่วประเทศ และถือเป็นบริษัทที่มีจำนวนสาขามากสุด และจะได้ประโยชน์จากการประหยัดจากขนาด (Economy of scale) ทำให้กำไรปีนี้กลับมาทำนิวไฮและโตโดดเด่นได้


อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ MTC อ่อนตัวสะท้อนปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไปมากเกินแล้ว และต่ำกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น มองเป็นจังหวะเข้าซื้อลงทุน โดยยังชอบ MTC ถือเป็นผู้นำในธุรกิจจำนำทะเบียนที่มีศักยภาพในการทำกำไรที่ดีที่สุดในกลุ่มฯ



TIDLOR ไตรมาสแรกผลงานดีเกินคาด

สุดท้าย TIDLOR หรือ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ที่ 940.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยบล.บัวหลวง ระบุว่า TIDLOR ประกาศงบออกมาสูงกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด 5.1% (และสูงกว่าที่ตลาดคาด 5.4%) เนื่องจากการตั้งสำรองฯ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่น้อยกว่าคาด กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่วมสำรองหนี้เสียอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากไตรมาส 1/64 และ 19% จากไตรมาส 4/64 ซึ่งกำไรไตรมาส 1/65 คิดเป็น 24%ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 3.96 พันล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 25% จากปีก่อน



ปี
65 กำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง

สำหรับไตรมาส 2/65 ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ทรงตัวจากไตรมาส 1/65 จากการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนีมมและบริการ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตของกำไรปี 2565 ของ TIDLOR ยังแข็งแกร่ง หนุนโดยรายได้สินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ขยายตัว, การได้เปรียบคู่แข่งในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2565 ที่ 47 บาท



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 22 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 2 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 1 hour ago
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
Updated 16 minutes ago
Follow Us