หุ้นไทยรับแรงกระแทก หลังเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยสูงสุด แนะนำเลือกลงทุน 2 หุ้นใหญ่กำไรโต
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ประเมิน SET ปรับตัวลงแนวรับ 1,605 - 1,610 จุด หลัง FED ยืนยันแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเท่าที่จำเป็นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้พุ่งขึ้นรุนแรงจนสร้างความเสียหายต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นลบต่อ sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกและกดดันให้ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงแรงซึ่งเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานอีกด้วย จึงแนะนำรอซื้อช่วงอ่อนตัวโดยเน้นหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
-
กลุ่มเดินเรือ PSL TTA ค่าระวางเรือเทกองฟื้นตัวขึ้น
-
TU ASIAN GFPT KCE HANA กลุ่มส่งออกได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า
-
AOT MINT CENTEL ERW BDMS BH BEM BTS อานิสงส์การเปิดประเทศ
หุ้นแนะนำวันนี้
-
BDMS (ซื้อ/เป้า 31 บาท) กำไรดีพึ่งจะเริ่มต้น โดยเราจะเห็นการเติบโตของกำไรเร่งตัวขึ้นในทุกไตรมาสของปีนี้จากจำนวนผู้ป่วยที่ไม่ใช่โควิดที่ทยอยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยจากต่างประเทศ ที่จะเข้ามามากขึ้นจากการเปิดประเทศ
-
CKP (ซื้อ/เป้า 6.50 บาท)ทยอยซื้อก่อนเข้าสู่ High Season ในช่วงฤดูฝนขณะที่ราคายังอยู่ในโซนล่าง นอกจากนี้ยังมีประเด็นบวกจาการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไฟฟ้าหลวงพระบาง 1,400MW จะเป็น Upside ให้กับ CKP ในระยะกลางถึงยาว
ประเด็นสำคัญวันนี้
-
(-) ดาวโจนส์ร่วง 1,165 จุด กังวลเงินเฟ้อกระทบกำลังซื้อและกำไรบริษัทจดทะเบียน:ดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงอย่างรุนแรง 1,165 จุด (-3.57%) ปิดที่ 31,490 จุด เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มเทคโนโลยีเพราะกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะกระทบกำลังซื้อซึ่งสะท้อนให้เห็นจากผลกำไรของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่ลดลง นอกจากนี้ประธานเฟดยังส่งสัญญาณพร้อมที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อให้ลดลง
-
(-) น้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากข่าวโรงกลั่นสหรัฐเร่งเพิ่มการผลิต:ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.81$ (-2.5%) ปิดที่ 109.59$/bbl ลดลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นดาวโจนส์ และมีข่าวโรงกลั่นในสหรัฐเร่งเพิ่มปริมาณการกลั่นโดยล่าสุดอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐเพิ่มชึ้นแตะระดับ 95% ใกล้เต็มกำลังการผลิต
-
(+) สรุปผลกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/22 ของไทยมีกำไรเพิ่มขึ้น 8.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 11.47% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนจากการรวบรวมผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน 808 บริษัทคิดเป็น 97% ของ Market Cap รวมทั้งตลาดมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/65 ที่ 2.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.31% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 11.47% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน หลักๆ มาจากกำไรที่สูงขึ้นของกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร
