Official Update :

ADVANC ยังครองแชมป์กลุ่มสื่อสาร กำไร – ผู้ใช้บริการสูงสุด !!

ดีลควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC ยังอยู่ระหว่างดำเนินการและต้องติดตามต่อไป ซึ่งหากดีลดังกล่าวประสบความสำเร็จจะทำให้ TRUE กลายเป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์มือถือทันที ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นแซงหน้า ADVANC แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น Wealthy Thai ขอชวนมาอัพเดทงบการเงินไตรมาส 1/65 และข้อมูลต่างๆ ที่น่าสนใจของหุ้นสื่อสารทั้ง 3 ตัวกันก่อน



ADVANC ปีนี้กำไรยังโต แม้ตลาดแข่งขันรุนแรง

เริ่มที่เบอร์ 1 ในตลาดอย่าง ADVANC หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยไตรมาส 1/65 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,310.84 ล้านบาท ลดลง 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และลดลง 8.1% จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมเพิ่มขึ้น 1.1% หรือ 506,500 เลขหมาย จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 44.6 ล้านเลขหมาย ขณะที่ภาพรวมรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) ลดลง 3.5% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 216 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน ในส่วนของลูกค้าที่สมัครใช้บริการ 5G ณ สิ้นเดือนมี.. 2565 มีจำนวนรวมแล้วกว่า 2.8 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 6.3% ของฐานลูกค้าทั้งหมด ด้านจำนวนผู้ใช้บริการเอไอเอสไฟเบอร์ (บริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง) เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องสู่ฐานลูกค้ารวม 1.87 ล้านราย เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน


นักวิเคราะห์จากบล.พาย ระบุว่า คาดกำไรจะฟื้นตัวอ่อนแอในไตรมาส 2/65 จากรายได้ที่โตต่ำ การแข่งขันด้านราคาจะยังคงเข้มข้น แต่ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในกลุ่มบรอดแบนด์และธุรกิจคลาวด์ ความปลอดภัยด้านไซเบอร์อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง บริการไอซีที และดาต้าเซ็นเตอร์ (CCIID) จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ ดังนั้น ยังคงประมาณการกำไรปี 2565 ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน ยังเชื่อว่าการปรับเพิ่ม ARPU บริการ 5G และการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะช่วยพลิกฟื้น ARPU และหนุนการเติบโตของกำไรในช่วงครึ่งปีหลังได้ คงคำแนะนำ "ซื้อ" มูลค่าพื้นฐาน 259 บาท



จับตาดีลควบรวมดัน
TRUE ขึ้นเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือ

ถัดมา TRUE หรือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้เล่นเบอร์ 2 ในตลาดโทรคมนาคมที่กำลังถูกจับตามองในประเด็นควบรวมกิจการ โดยไตรมาส 1/65 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 1,617.08 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 20% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน สำหรับตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทรูมูฟ เอช มีฐานผู้ใช้บริการรวม 32.6 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการแบบรายเดือน 11.2 ล้านราย และผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน 21.4 ล้านราย ส่วนทรูออนไลน์ มีจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์เพิ่มสูงขึ้นกว่า 90,100 ส่งผลให้ฐานผู้ใช้บริการรวมเพิ่มขึ้นเป็น 4.7 ล้านราย


นักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/65 และไตรมาส 3/65 ยังดูใม่สดใส แต่เชื่อว่าภายใต้กฏเกณฑ์ที่มีในปัจจุบัน การควบรวมกับ DTAC เป็นบริษัทใหม่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งหลังการควบรวมจะทำให้มีความแข็งแกร่งกว่าปัจจุบัน ทั้งความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพในการเติบโตของกำไรในอนาคต จากต้นทุนและ ค่าใช้จ่ายที่จะประหยัดได้ ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินผลประกอยการปี 2565 เบื้องต้นขาดทุนที่ 5,168 ล้านบาท รวมถึงประเมินมูลค่าของบริษัทใหม่ไว้ที่ 9.50 บาท และแปลงกลับมาเป็นมูลค่าของ TRUE ได้ที่ 5.70 บาท จึงแนะนำ “ซื้อ”


ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุถึงความคืบหน้าของดีลควบรวมกิจการว่า กสทช. ชุดใหม่ผ่านการทำ Focus Group รอบแรกไปแล้วในช่วงต้นเดือนพ.ค. 2565 และการจัด Focus Group รอบถัดไปซึ่งเป็นรอบของนักวิชาการน่าจะเกิดขึ้นในช่วงสองอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพ.ค. นี้ จากนั้นจะเป็นการจัดรอบที่สาม ฝ่ายวิเคราะห์คาด กสทช. ชุดใหม่จะใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลอีกระยะก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับดีลควบรวมกิจการ ทำให้อุตสาหกรรมยังไม่มีประเด็นใหม่ นอกจากนี้กรณีที่ Superboard ได้ยื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครองในประเด็นการแก้ประกาศของ กสทช. ในปี 2561 ที่มาทดแทน ประกาศปี 2553 อ้างว่ามีความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องติดตามว่าศาลจะมีคำตัดสิน อย่างไรก็ดี มองทุกประเด็นเป็น Noise และยังให้น้ำหนักว่าดีลการควบรวมจะเกิดขึ้นราว 70% แต่อาจมี Timeline ที่ช้าลงกว่ากรอบเวลาเดิมราว 1-2 เดือน ดังนั้น จึงคงประมาณการและราคาเหมาะสม TRUE ที่ 6.40 บาทต่อหุ้น อิงสมมติฐานสำคัญ ได้แก่ 1. โอกาสเกิดขึ้นของดีลควบรวมกิจการที่ 70% และ 2. Synergy กรอบ 1 หมื่นล้าน บาทในช่วง 3 ปีแรกของการควบรวมกิจการ



DTAC คาดควบรวมกิจการช่วยลดต้นทุน

สุดท้าย DTAC หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ที่ 726.43 ล้านบาท ลดลง 11.6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 324.6% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 19.9 ล้านราย เพิ่มขึ้น 3 แสนเลขหมายจากสิ้นปี 2564 ส่วน ARPU อยู่ที่ 231 บาทต่อเดือน ลดลง 6.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 3.2% จากไตรมาสก่อนหน้า


ด้านนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ประมาณการทั้งปี 2565 บริษัทจะมีกำไรที่ 4,056 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองโอกาสเกิดขึ้นของดีลการควบรวมกิจการที่ 70% ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ กสทช. ชุดใหม่ ซึ่งเชื่อว่า กสทช. จะไม่ห้ามดีลการควบรวมกิจการ แต่จะออกกฎเกณฑ์มาควบคุม Merge Co. เพิ่มเติมเพื่อปกป้องผู้บริโภคมากกว่า เนื่องจากประเมิน Synergy ส่วนใหญ่มาจากการลดต้นทุนระหว่างกัน ดังนั้นโอกาสที่สมมติฐานมูลค่าเพิ่มของฝ่ายวิเคราะห์ยังสมเหตุสมผล


อย่างไรก็ตาม ณ ระดับราคาปัจจุบัน ประเมินว่า Upside มากกว่าความเสี่ยง หากการควบรวมประสบความสำเร็จ DTAC จะได้ประโยชน์จาก 1. การ Re-rate Multiple ของกลุ่มขึ้นจากจำนวนผู้เล่นลดลงอย่างน้อยใกล้เคียงกรอบล่างของ ADVANC ที่ EV/EBITDA 8x และ 2. ตลาดจะเริ่ม Price In Synergy ในระยะยาวอย่างน้อย 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะที่โอกาสที่การควบรวมกิจการจะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นบนเงื่อนไขที่ทำให้ Merge Co. ไม่สามารถสร้าง Synergy ได้ยังต่ำ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมของ DTAC ที่ 59.00 บาท อิงโอกาสเกิดดีล 70% และคง คำแนะนำ “ซื้อ”



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้