Official Update :

บล.ฟิลิป ประเมิน OR เป็นโอกาสลงทุน แม้ราคาจะไม่ถูกแต่ให้ราคาเหมาะสม 30 บาท มองโอกาสขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

บล.ฟิลิป ประเมินว่า ทางฝ่ายคาดยังมีโอกาสใหม่ ๆ รองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่ม Lifestyle ที่จะเติบโตขึ้น หลังนำธุรกิจใหม่ที่ลงทุนไปก่อนหน้ามารวมกับธุรกิจเดิมเพื่อขยายฐานรายได้ อีกทั้งยังมีส่วนเพิ่มจากการทำ M&A หากมีความชัดเจนมากขึ้น แม้ Valuation อาจไม่ถูกนักหากเทียบกับกลุ่มแต่ยังชอบศักยภาพการเติบโตทำให้คงแนะนำ “ทยอยซื้อ” ปรับราคาพื้นฐานเป็น 30 บาท



ปรับประมาณการขึ้นจากเดิมจากแนวโน้มดีขึ้น

ทางฝ่ายคาดการดำเนินงานกลุ่ม Mobility มีแนวโน้มดีขึ้น หลังภาครัฐได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลงคาดจะทำให้ค่าการตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น และการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการเปิดประเทศหนุนให้นักท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้งทำให้ปริมาณขายน้ำมันทั้งในส่วนธุรกิจค้าปลีกจากการเดินทางมากขึ้น ขณะที่ตลาดพาณิชย์ดีขึ้นจากการกลับมาให้บริการทางการบินมากขึ้น


รวมถึงการขายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาให้กับโรงไฟฟ้ามากขึ้น จากราคาแก๊สธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ทำให้โรงไฟฟ้าหันมาใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตามากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อเนื่องให้การดำเนินงานกลุ่ม Lifestyle ดีขึ้น เช่นกันจากจานวนคนดินเข้าร้านมากขึ้น และการเพิ่มสินค้าใหม่ ๆ ที่มาจากโรงงานของ บ. ทั้งในส่วนเบเกอรี่ และสินค้าสำเร็จรูปอื่น ๆ มากขึ้น


อีกทั้งยังได้ส่วนเพิ่มจากสินค้าใหม่ ๆ ที่บ. ไปถือหุ้นในร้านอาหารอื่น ๆ เช่น โอ้กะจู๋, KOUEN, คามุ คาดจะเข้ามาจำหน่ายในร้านคาเฟ่อเมซอน และในสถานีบริการ รวมถึงธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ที่อยู่ในสถานีบริการอย่างร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ 7-Eleven, จิฟฟี่ และร้านอาหารอื่น ๆ ในเครือ ส่วนธุรกิจต่างประเทศ คาดจะฟื้นตัวเช่นเดียวกับในไทยทั้งในส่วน Mobility และ Lifestyle จากการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เช่นเดียวกัน และการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด ประกอบกับแนวโน้มที่ฟื้นตัว


ทำให้ทางฝ่ายปรับประมาณการขึ้นจากเดิมปรับยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 693,216 ล้านบาท +35% y-y หลัก ๆ จากราคาขายที่เพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมัน และปรับค่าการตลาดเป็น 1.16 บาท/ลิตร ปรับกำไรสุทธิเป็น 11,979 ล้านบาท +4% y-y



คาดเพิ่มสัดส่วน
Lifestyle มากขึ้น

มีแผนขยายสัดส่วนรายได้กลุ่ม Lifestyle มากขึ้น ทั้งการเพิ่มจานวนนสาขาร้านคาเฟ่ อเมซอนคาดจะเปิดทั้งสิ้น 518 สาขา (ไทย 389, ตปท. 129), การนำสินค้าใหม่ ๆ มาเพิ่มในร้านจากโรงงานผลิตเบเกอรี่, สินค้าสำเร็จรูปอื่น ๆ ที่บ. ผลิตเอง รวมถึงการนำสินค้าที่บ.ลงทุนไปก่อนหน้าอย่าง โอ้กะจู๋, KOUEN มาขายในร้านมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มยอดขายและ EBITDA กลุ่ม Lifestyle และคาดปีนี้จะเปิดสาขาราว 80สาขา และยังอยู่ระหว่างหาธุรกิจใหม่ๆ ในกลุ่มนี้เพิ่มเติม



พร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

บ. เตรียมความพร้อมในการรองรับปริมาณการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ด้วยการตั้งสถานีบริการชาร์จรถไฟฟ้าในสถานีบริการ ซึ่งในไตรมาสที่ 1 ตั้งไปแล้ว 107 แห่ง และคาดปีนี้จะเปิดให้ได้รวม 450 แห่งทั้งในและนอกสถานีบริการ และมีแผนเปิดเพิ่มเป็น 7,000 แห่งในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการของรัฐที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2573

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com