Official Update :

ส่อง 7 หุ้นเด่นกลุ่มค้าปลีกที่กำลังจะเติบโต เมื่อยอดขายไตรมาส 2 เริ่มกลับมาแล้ว

เริ่มเห็นได้ว่าภาพรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังจากที่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด19 กำลังจะเริ่มหมดไป นโยบายการเปิดเรียนแบบปกติ และการเริ่มกลับไปทำงานกันที่ออฟฟิศมากขึ้น ส่งผลให้การอุปโภคบริโภค การจับจ่ายใช้สอยต่างๆในชีวิตประจำวันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


โดยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่ายอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 2/65 ของกลุ่มค้าปลีกยังทำได้ดี และเป็นบวกที่ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/65 โดยเฉลี่ยยอดขายของกลุ่มค้าปลีกอยู่ที่ 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากกลุ่มปรับปรุงก่อสร้างและตกแต่ง เฉลี่ยเป็น 12% จากปีก่อน และกลุ่มอุปโภคบริโภคเป็นบวก โดยเฉลี่ย 7%


ทั้งนี้ ยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มค้าปลีกในไตรมาส 2/65 คาดได้อานิสงส์จากเทศกาลสงกรานต์และ Back To School ทำให้ยอดขายสาขาเดิมยังเป็นบวกต่อเนื่องจากไตรมาส 1/65 เฉลี่ยอยู่ที่ 8.6% อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามยอดขายในช่วงเดือน มิ.ย ที่อาจจะลดลง เนื่องจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแต่ภาพรวมเรายังมองว่าเป็นบวก


สำหรับ ยอดขายสินค้าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์และซ่อมแซม รวมถึงสินค้าวัสดุก่อสร้างที่เติบโตมากกว่า 12% นั้นแม้ว่าผ่านจุดช่วง High season ไปแล้วในช่วงแต่ยอดขายยังทำได้ต่อเนื่องโดยจากสินค้าซ่อมแซมยังขายดีสินค้าตกแต่งบ้าน โดยกลุ่มลูกค้ายังคงมาจากกลุ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับเล็ก-กลาง


รวมถึง งานจากกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการที่ได้รับงบประมาณภาครัฐในการก่อสร้างต่างๆ ทำให้ยังมีกำลังซื้อที่ต่อเนื่อง รวมถึงคาดว่าการกลับมาของนักท่องเที่ยวจะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กเช่น ร้านอาหารโรงแรมขนาดเล็กจะเริ่มเห็นการซ่อมแซม รองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งเป็น แนวโน้มเชิงบวกในระดับถัดไป


ส่วนยอดขายสาขาเดิมของกลุ่มอุปโภคบริโภคตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/65 จนถึงปัจจุบันเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย เพิ่มขึ้น 10.3% เพราะกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังการปลด Lock down การจับจ่ายใช้สอยเริ่มมีมากขึ้นใน Format ใหญ่เช่น Hyper market ขณะที่ใน เดือน เม.ย ปัจจัยหนุนจากเทศกาลสงกรานต์ซึ่งทำให้มีวันหยุดยาว มีการเดินทางท่องเที่ยว มากขึ้น ขณะที่ช่วงกลางเดือน พ.ค มีการเริ่มกลับเข้าเรียนในโรงเรียน 100% Back to school


ดังนั้นคาดว่าการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่สะท้อนไปยังยอดขายและรายได้ของกลุ่มเห็นได้จากยอดขายสาขาเดิมที่ยังเป็นบวก ได้แรงส่งจากหลายปัจจัย ขณะที่แนวโน้มไตรมาส3/65 จะยังเห็นการเติบโตที่ดีรายปีที่เกิดจากฐานต่ำ ขณะที่การเริ่มเปิดเมืองด้วยมาตรการที่คลี่คลาย จะเห็นการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มจากในประเทศ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลง การกลับไปเรียนหนังสือ Back to School และการเริ่มกลับมาทำงาน office ส่งผล กลุ่มลูกค้าที่คาดมียอดขายเพิ่มทั้งใน


ส่วนของ HORECA รวมถึงร้านค้าสะดวกซื้อ ส่งผลต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยเริ่มกลับมา โดยกลุ่มลูกค้า ผู้ประกอบการอุปโภคบริโภคพื้นฐานใกล้ผู้บริโภค เช่น CPALL BJC MAKRO ได้ประโยชน์กลุ่มHome Improvement GLOBAL DOHOME ได้ปัจจัยหนุนจากงบประมาณภาครัฐ และรายได้เกษตรกร ที่เติบโตและ รวมถึงกลุ่ม Reopening Play CPN และ CRC ได้ประโยชน์จากสถานการณ์COVID-19 คลี่คลายและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสาขาต่างจังหวัด



BJC และ GLOBAL มีจุดเด่นน่าสนใจ

นักวิเคราะห์ให้คำแนะนำ "ซื้อ" BJC โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 41 บาทต่อหุ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ที่คลี่คลายพร้อมมาตรการภาครัฐในการเปิดประเทศ เราคาดจะเป็นแนวโน้มที่ดีต่อกำลังซื้อที่ดีต่อเนื่องในทุกธุรกิจของ BJC สอดคล้องไปกับการจับจ่ายใช้สอยโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ยังทำได้ดี


ขณะที่ BJC มีแผนปรับปรุงและพัฒนาสาขาเก่าในธุรกิจให้มีความทันสมัย ที่คาดว่าจะได้รับความน่าสนใจ  จากกถูกค้าได้มากขึ้น ขณะที่ประเด็นกดดันจากภาระต้นทุนในธุรกิจโดยรวม ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง เบื้องต้นคาดผลกระทบมากสุดจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงราว 50 bps ซึ่งบริษัทจะพยายามรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นโดยวิธีการเพิ่มสินค้าที่มีกำไรดีและสินค้า Private Labelและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุน รวมถึงการเร่งยอดขายในทุกธุรกิจเพื่อรองรับ


ขณะเดียวกัน แนะ นำ "ซื้อ" GLOBAL ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 26.70 บาท เราคาดแนวโน้มกลุ่มลูกค้าที่ซ่อมแซมมีโอกาสปรับเพิ่ม ส่วนหนึ่งจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวทำให้เห็นกลุ่มร้นอาหารหรือโรงแรม จะกลับมาพัฒนาธุรกิจเพื่อรองรับ นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าเดิม พร้อมส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อใหม่จากสาขาใหม่ที่ทยอยเปิดเพิ่ม


โดย GLOBAL มีแผนขยายสาขาเพิ่ม 6-7 แห่งต่อปี โดยในไตรมาส 1/65 เปิดแล้ว 1 แห่ง ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่มีแผนเปิดในช่วงที่เหลือของปีอีก 5-6 แห่ง ทั้งนี้ บริษัทยังคงแผนการหวังการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ที่ 23% จากเดิมที่ 21% โดยคาดเป็นปัจจัยหนุนระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้มีความต่อเนื่อง



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่