AOT ทรุดหนักโดนแรงขาย 2 วันติด หลังโบรกฯหั่นกำไร-ราคาเป้าหมาย เหตุผู้โดยสารหดตัว-มีมาตรการช่วยเหลือ

ราคาหุ้นของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในช่วงนี้ดูเหมือนจะไม่ถูกใจนักลงทุนสักเท่าไหร่ หลังจากที่ราคาหุ้นถูกแรงขายอย่างต่อเนื่อง 2 วันติดต่อกัน


ทั้งที่บริษัทเพิ่งจะประกาศผลประกอบการงวดปี 2565/2566 พลิกมีกำไรสุทธิกว่า 8,700 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 11,087 ล้านบาท


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเหมาะสมปี 2567 ลงเป็น 78.00 บาทต่อหุ้น แต่เชิงกลยุทธ์ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงหลังรายงานผลประกอบการและการประชุมนักวิเคราะห์ คาดสะท้อนปัจจัยลบไปบางส่วนแล้ว


อย่างไรก็ดี ระยะสั้นหุ้นยังถูกกดดันจากปรับลดประมาณการของตลาดอีกระยะ อีกทั้งรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่เติบโตเด่นเมื่อเทียบไตรมาสก่อน ทำให้ AOT ขาดเสน่ห์ โดยยังไม่ต้องรีบเข้าลงทุน


ทั้งนี้หุ้นจะกลับมาน่าสนใจมากขึ้นหากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนมีสัญญาณเติบโตดี (ปัจจุบันฟื้นตัวเพียง 32% ของปี 2562) หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน ธ.ค.66 เติบโตแรงทำได้ที่ระดับ 3 ล้านคน (เดือนต.ค.66 รายงานที่ 2.2 ล้านคน)


ประชุมนักวิเคราะห์โทนเป็นลบ ประเด็นกดดันสาคัญดังนี้ ประเด็นที่ 1: บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาปรับ Guidance จำนวนผู้โดยสารรวมสำหรับปีงบประมาณ 2566/67 ลงจากเดิมที่ 142 ล้านคน (ใกล้เคียงปี 2562 หรือ Pre COVID-19) จากแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักราว 30% ของปีปกติ


ประเด็นที่ 2 บริษัทออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบินเพิ่มเติมช่วงพ.ย.66 - เม.ย.67 โดยเป็นการให้เลื่อนชำระและแบ่งชำระส่วนต่าง ระหว่างค่าผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราร้อยละและค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) ออกไปอีกระยะเวลา 6 เดือน แบ่งชำระได้ 12 เดือน


โดยมีมุมมองเป็นลบเล็กน้อย แนวโน้มการปรับ Guidance จำนวนผู้โดยสารลง สะท้อนว่าประมาณการปี 2566/67 (ต.ค.66 – ก.ย.67) ที่ตลาดคาดกำไรระดับ 2.7 หมื่นล้านบาท หรือ Price-in ผู้โดยสารรวม ใกล้เคียงปี 2562 มีโอกาสเกิด Downside Risk


ขณะที่ประเด็นเรื่องการออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม แม้มาตรการดังกล่าวจะไม่กระทบการบันทึกรายได้ (ไม่ได้ให้ส่วนลดเหมือนช่วง COVID-19) การเลื่อนชำระเงินทำให้บริษัทรับรู้กระแสเงินสดช้ากว่าเดิมเพียงเท่านั้น


อย่างไรก็ดี มองการออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสร้าง Sentiment ลบต่อหุ้น เนื่องจากปัจจุบัน Traffic การเดินทางฟื้นตัว 70-80 %ของ Pre COVID-19 แล้ว การออกมาตรการช่วยเหลือเป็นประเด็นที่ตลาดคาดว่าน่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว


ทั้งนี้ คงมุมมองเดิมสำหรับปีงบประมาณ 2566/67 คาดกำไรฟื้นตัวเด่นต่อเนื่องในทุกไตรมาสจากการรับรู้รายได้สัมปทานตามสัญญาจริงเต็มปี หลังสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบิน (ปี 2565/66 รับรู้ 6 เดือน) และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะผลบวกจากการกลับของนักท่องเที่ยวจีนเต็มปี (ปี 2565/66 รับรู้ปัจจัยบวกดังกล่าวราว 9 เดือน)


อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประมาณการอนุรักษ์นิยมมากยิ่งขึ้น ปรับลดกำไรปกติปี 2566/67 เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท โต 139% จากปีก่อน เนื่องจากการปรับลดจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศลงเป็น 35 ล้านราย จาก 41 ล้านราย ปรับลดจำนวนผู้โดยสารในประเทศลงเป็น 27 ล้านรายจาก 28 ล้านราย


การปรับลงดังกล่าวทำให้สมมติฐานจำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ระดับ 124 ล้านราย คิดรวมขาเข้า-ออก ซึ่งต่ำกว่า Guidance ปัจจุบันของบริษัท และปรับเพิ่มสมมติฐานสัดส่วนค่าใช้จ่าย OPEX ต่อรายได้รวมให้ใกล้เคียงกับงบปี 2565/66 ส่งผลให้กำไรปกติปี 2566/67 ปัจจุบันของฝ่ายวิจัยต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 22%