อัปเดต 6 หุ้นท่องเที่ยว กำไรเป็นอย่างไร เมื่อท่องเที่ยวไทยฟื้นต่อเนื่อง !
แนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยภาพรวมนักท่องเที่ยว 25 สัปดาห์ หรือจากวันที่ 1 ม.ค.- 23 มิ.ย. 67 มีจำนวนอยู่ที่ 16.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งปี 2567 จะอยู่ที่ 34.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 36 ล้านคน
จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่เป็นไปในทิศทางบวก ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มการดำเนินงานและกำไรในไตรมาส 2/67 ของ 6 หุ้นที่น่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากปัจจัยดังกล่าว
มาเริ่มกันที่ธุรกิจท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นเสมือนประตูสู่ประเทศไทยอย่าง AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 3/67 (เม.ย.-มิ.ย. 67) ที่ 5.1 พันล้านบาท เติบโต 58% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยด้านฤดูกาล
พร้อมปรับลดกำไรปี 2567 ลงอยู่ที่ 2.07 หมื่นล้านบาท โต 135% หลักๆ จากปรับลดรายได้สัมปทานและค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ลงปีละ 2-4% ในขณะเดียวกันปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าเสื่อมขึ้น 3-9% ต่อปี ปรับราคาเหมาะสมเป็น 68 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ “เก็งกำไร”
ถัดมา AAV นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เบื้องต้นคาดแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/67 จะลดลงจากไตรมาส 1/67 แรงกดดันจากจำนวนผู้โดยสารและค่าโดยสารเฉลี่ย (Average Fare) ที่ลดลงตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ยังเติบโตจากไตรมาส 2/66 จากจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นสอดคล้องกับภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอิงข้อมูลจาก AOT ตัวเลขจากต้นไตรมาส 2/67 ทั้งจำนวนผู้โดยสารเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศยังเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า คาดกำไรปี 2567 ที่ 749 ล้านบาท โต 60% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 3.10 บาท
BA นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดไตรมาส 2/67 กำไรปกติจะดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามการท่องเที่ยว แต่ไตรมาส 2/66 ขายหุ้น BDMS เพื่อใช้ Tax Shield จึงมีภาษีคืน 230 ล้านบาท แต่ปีนี้คาดไม่ภาษีคืน ทำให้กำไรสุทธิคาดลดลงจากไตรมาส 2/66
ส่วนภาพครึ่งหลังปี 2567 ยังดีจากไฮซีซั่นเกาะสมุยและการท่องเที่ยวปลายปี แต่คาดจะไม่มีภาษีคืนเหมือนปีก่อน ประเมินกำไรสุทธิทั้งปีที่ 2.90 พันล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน ให้ราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 20.70 บาท ลดคำแนะนำเป็น “ทยอยซื้อ”
MINT นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินระยะสั้นแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2-3/67 จะดีขึ้นจากไฮซีซั่นของยุโรปตามคาด และบริษัทคงคาดการณ์การเติบโตของรายได้ที่ 8-10% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับคาดการณ์ปัจจุบันของฝ่ายวิเคราะห์ ขณะที่กำไรคาดที่ระดับ 8.1 พันล้านบาท โต 12% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 39 บาท
CENTEL นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดไตรมาส 2/67 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนอัตราค่าห้องพักที่สูงขึ้นในกรุงเทพฯ และญี่ปุ่น รวมถึงธุรกิจอาหารที่ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ขยายตัว คาดกำไรปี 2567 อยู่ที่ 1.49 พันล้านบาท โต 20% จากปีก่อน โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 47 บาท
สุดท้าย ERW นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มไตรมาส 2/67 กลุ่มโรงแรมหลักในไทยเริ่มเข้าโลว์ซีซั่น คาดอัตราห้องพักเฉลี่ยต่อห้อง (ADR) จะชะลอลงตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่เนื่องจากธุรกรรมซื้อสินทรัพย์คืนจาก ERWPF
เบื้องต้นคาดแหล่งเงินทุนราว 70% (1 พันล้านบาท) จะมาจากการกู้ยืมธนาคาร ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น มีโอกาสกดดันให้กำไรปกติไม่เติบโต ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวจะมีรายการพิเศษจากการรับรู้กำไรทางบัญชีราว 200 ล้านบาท ทำให้ในแง่กำไรสุทธิคาดเติบโตเด่นทั้งจากไตรมาส 2/66 และ 1/67 ส่วนกำไรปี 2567 คาดที่ 833 ล้านบาท โต 12% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 5.70 บาท

