Official Update :

ชี้เป้าหุ้น Earning Play ครึ่งหลังปี 67 กำไรโตแรง

ในช่วงเวลาที่นโยบายทางการเมืองกำลังกดดันตลาดหุ้นไทยให้มีความผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนโยบาย Digital Wallet ที่อาจไม่ได้ไปต่อ แต่ทุกวิกฤตมักมาพร้อมโอกาส วันนี้ Wealthy Thai มีคำแนะนำจาก 3 โบรกเกอร์เกี่ยวกับหุ้นในกลุ่ม Earning Play ซึ่งเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง มาฝากนักลงทุนทุกคน


โดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด แนะนำหุ้นในกลุ่ม Earning Play ที่ยังมีแนวโน้มกำไรที่ดี โดยคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3/67 และครึ่งปีหลัง จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยหุ้นที่น่าสนใจและมี Valuation ที่ไม่แพงได้แก่ DELTA, GULF, KCE, TU, BTG, BDMS, TRUE และ BEM


ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน แนะนำให้สะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังที่โดดเด่น เช่น AOT, BEM, BDMS, BJC, PLANB และ GFPT ซึ่งเป็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูง


สุดท้ายบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) แนะนำให้จับตาหุ้นที่มีกำไรดีกว่าคาดและราคาที่แข็งแกร่งกว่าตลาดในปัจจุบัน ได้แก่ ADVANC, CPF, COM7, DELTA และ TRUE


สำหรับปัจจัยพื้นฐานของหุ้นในกลุ่ม Earning Play ที่น่าสนใจ Wealthy Thai ขอยกตัวอย่างมานำเสนอให้กับนักลงทุนดังนี้


AOT บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า โครงการใหม่ส่วนใหญ่ยังคงดำเนินตามแผนที่วางไว้ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในหลายโครงการภายในปลายปี 2567 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การประมูลผู้ให้บริการรายที่ 3 ที่สุวรรณภูมิในเดือนพฤศจิกายน การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม Transit/Transfer ภายในปี 2568 การขึ้นค่า PSC และการรับมอบสนามบินใหม่ 3 แห่งที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาที่ดินข้างสนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น AOT ด้วยราคาเป้าหมาย 64.50 บาท เนื่องจากโครงการใหม่ที่มีความชัดเจนในปลายปีนี้น่าจะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลง และเป็นโอกาสในการลงทุนในระยะยาว


BEM บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดผู้โดยสารปี 2567 โต 10-13% และได้รับผลดีจากการขึ้นค่าโดยสาร ธุรกิจทางด่วนมีแนวโน้มทรงตัวในปีนี้ แต่คาดจะฟื้นตัวหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ประเด็นการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ภาครัฐจะชดเชยให้บริษัท จึงไม่กระทบรายได้ ส่วนโครงการทางด่วน Double Deck หากการเจรจาสำเร็จ คาดลงนามสัญญาภายในปีนี้หรือกลางปีหน้า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.40 บาท


CPF บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2567 ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/67 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาหมูในไทยที่ฟื้นตัวและต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง การมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมโดยเฉพาะ CTI ในจีนจะช่วยเสริมกำไร แต่ไม่มีการคาดการณ์กำไรจากสินทรัพย์ชีวภาพมากเท่าไตรมาส 2 โดยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 เพิ่มขึ้น 85% เป็น 20,800 ล้านบาท และปี 2568 เพิ่มขึ้น 23% เป็น 14,900 ล้านบาท คงคำแนะนำ "Outperform" และปรับราคาเป้าหมายปี 2568 ขึ้นเป็น 28.50 บาท


DELTA บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดการณ์กำไรครึ่งหลังของปี 2567 จะโดดเด่นยิ่งขึ้นจากความต้องการของ Data Center และ AI ทำให้ DELTA ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ขึ้น 6% เป็น 21,000 ล้านบาท พร้อมปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ขึ้นเป็น 98.00 บาทต่อหุ้น และคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” คาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น KCE, HANA และ CCET อีกด้วย