สำรวจ 3 หุ้นเด่น Outperform ! รับอานิสงส์ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ 400 บาท คาดว่าจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มธุรกิจทั้งบวกและลบ อย่างไรก็ตามการเพิ่มค่าแรงอาจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของครัวเรือน ขณะที่รัฐบาลมีมาตรการรองรับ เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลบวกต่อการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม
ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แสดงให้เห็นว่าหลังจากการปรับขึ้นค่าแรง 6 รอบที่ผ่านมาในรอบ 1 เดือน ส่งผลให้ SET Index ปรับขึ้นเฉลี่ย +0.9% โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นที่มีผลตอบแทนโดดเด่น 4 อันดับแรก ได้แก่ การแพทย์ +7.2%, ไฟแนนซ์ +6.3%, ประกัน +4.5% และท่องเที่ยว +2.8% ขณะที่กลุ่มก่อสร้างมีผลตอบแทนต่ำสุด -1.0%
วันนี้ Wealthy Thai จะพาคุณไปสำรวจปัจจัยพื้นฐานของ 3 หุ้นเด่นที่มีแนวโน้ม Outperform ในช่วงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดย บล.เอเซีย พลัส ไปพร้อมกัน
หุ้นกลุ่มการแพทย์ : BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ในครึ่งปีหลังของ BDMS มองเห็นโอกาสเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากผู้ป่วยต่างชาติ ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยไทยยังคงเติบโต แม้ว่าจะมีฐานที่สูงจากปีที่ผ่านมา และการฟื้นตัวจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเติบโตของบริการทางการแพทย์ในช่วง High Season โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างพัทยาและภูเก็ตที่จะช่วยผลักดัน EBITDA margin ให้สูงขึ้น คงประมาณการกำไรทั้งปี 2567 ที่ 16,279 ล้านบาท เติบโต 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแนะนำ “Outperform” ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 33 บาท
หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ : MTC บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
Fitch Ratings ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือให้กับหุ้นกู้ของ MTC โดยได้รับอันดับ BB สำหรับหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศ และ A-(THA) สำหรับอันดับในประเทศ ซึ่งช่วยเสริมช่องทางระดมทุนและลดต้นทุนดอกเบี้ยในการออกตราสารหนี้ใหม่ เมื่อเทียบกับอันดับเครดิตของบริษัทอื่นๆ ในกลุ่ม เช่น SAWAD และ TIDLOR การจัดอันดับนี้คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้ถึง 330 ล้านบาทในปี 2568
สำหรับการเติบโตในอนาคต คาดว่า MTC จะมีการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2567 ถึง 5,688 ล้านบาท หรือเพิ่ม 16% จากช่วงเดียวกันจากปีก่อน และในปี 2568-2569 เฉลี่ย 21% ต่อปี โดยมี Loan Spread ที่แข็งแกร่งและการขยายตัวของสินเชื่อที่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ อันดับ SET ESG Ratings ของ MTC ที่ A ยังแสดงถึงการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมและการดูแลลูกค้า โดยแนะนำ "Outperform" และคาดว่ามูลค่าหุ้นในปี 2568 จะอยู่ที่ 59 บาท ซึ่งน่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราส่วน PER ที่ 15 เท่า
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว : AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
จากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ซึ่งคิดเป็นรายได้ประมาณ 0.4% ของรายได้รวมของ AOT ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นคาดว่าจะจำกัด เนื่องจากมีการประกันภัยครอบคลุมทรัพย์สินไว้แล้ว
แนวโน้มครึ่งปีหลังยังคงมีทิศทางที่ดีสำหรับ AOT ด้วยการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2567 อยู่ที่ 18,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน และขยายตัวเฉลี่ย 14% ต่อปีในปี 2568-69 จากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว นอกจากนี้ การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว เช่น ช่วง Golden Week ของจีนช่วงต้นเดือน ต.ค. จะเป็นปัจจัยหนุนต่อการเติบโต จึงยังคงแนะนำ “Outperform” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 69 บาท

