ผ่ากลยุทธ์ PTTGC รองรับ 5 เมกะเทรนด์โลก ลั่น “Allnex” สร้างรายได้ปีละ 2 พันล้านยูโร

PTTGC ปี 2564 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จ ที่ล่าสุดกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ระดับ 44,982 ล้านบาท เทียบจากปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิราว 200 ล้านบาท ล่าสุดประกาศแผนปี 65 รับเมกะเทรนด์โลก ด้วยกลยุทธ์ 3 Steps


ในปี 2564 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จ ที่ล่าสุดกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ระดับ 44,982 ล้านบาท เทียบจากปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิราว 200 ล้านบาท โดยดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC  เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในปี 2565 มองว่าธุรกิจเดิมปริมาณการขายจะใกล้กับปีก่อน แต่บริษัทจะมีกำลังการผลิตจาก Allnex เข้ามาเพิ่มเติม โดยมีรายได้ปีละประมาณ 2 พันล้านยูโร ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่ผลประกอบการมีเสถียรภาพ


โดยทิศทางการดำเนินงานของบริษัท ในปี 2565 พร้อมปรับเปลี่ยนองค์กร ให้ตอบโจทย์ธุรกิจเพื่ออนาคต สอดคล้อง 5 เมกะเทรนด์โลก ประกอบด้วย Climate Change & Energy Transition, Demographic Shift, Health & Wellness, Urbanization และ Disruptive Technology ที่มีผลต่อการเติบโต การดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ การแข่งขันทางการค้า การปรับเปลี่ยนทิศทางของภาคอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ  


ทั้งนี้ PTTGC มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น บรรจุภัณฑ์ เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง พลาสติกเชิงวิศวกรรม  ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่รอบตัวสอดรับการแนวคิดแคมเปญสื่อสาร #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี เพื่อตอกย้ำภารกิจในการสร้างความมั่นใจว่า ทุกวัตถุดิบที่มาจาก GC ได้รับการพัฒนาให้ดีที่สุด ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ดี กระบวนการผลิตและการบริหารจัดการที่ดี และ ดีต่อสิ่งแวดล้อมดีต่อโลก



เดินหน้าธุรกิจแห่งอนาคตด้วยกลยุทธ์
3 Steps

1.Step Change กลยุทธ์การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน สานต่อสร้างเสริม GC ให้เข้มแข็งทั้งด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพการผลิต พร้อมยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาดโลกให้มากขึ้น โดยมีความก้าวหน้าโครงการ ดังนี้


โครงการผลิตพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง  ของบริษัท Kuraray GC Advanced Material (KGC) ที่ GC ร่วมทุนกับ บริษัท Kuraray และ บริษัท Sumitomo ของประเทศญี่ปุ่น อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อผลิต High Heat Resistant Polyamide-9T (PA-9T) จำนวน 13,000 ตันต่อปี และ Hydrogenated Styrenic Block Copolymer (HSBC) จำนวน 16,000 ตันต่อปี นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อรองรับเมกะเทรนด์โลก  


โครงการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (PP) ของบริษัท HMC Polymers การปรับโครงสร้างธุรกิจ PVC ภายหลัง VNT ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อขยายตลาด PVC ไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)


2.Step Out กลยุทธ์การแสวงหาโอกาสต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ allnexเพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจใหม่หรือในต่างประเทศ โดยการปรับองค์กรตั้งหน่วยงานธุรกิจต่างประเทศขึ้น เพื่อต่อยอดการเติบโตของบริษัทฯ มุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ สนองตอบความต้องการของผู้บริโภคภายใต้เมกะเทรนด์โลก


3.Step Up กลยุทธ์สร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ: ด้วยการเป็นต้นแบบองค์กรเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล มุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) สร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) สอดรับกับเมกะเทรนด์ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change)


PTTGC ยกระดับคุณภาพชีวิต มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Together to Net Zero) โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพ (Efficiency-driven) การขับเคลื่อนด้วยการบริหารพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Portfolio-driven) และการขับเคลื่อนการชดเชยคาร์บอน (Compensation-driven) เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 20% ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางธุรกิจ


นอกจากนี้ ยังได้ Transform องค์กรในหลายๆ ด้าน เพื่อสนับสนุนทิศทางองค์กรและแผนกลยุทธ์ในระยะยาว ได้แก่ Digital Transformation, Market Focused Business Transformation, Lean Process and Organization Transformation รวมทั้งปรับองค์กรเพื่อการดำเนินงานด้าน Decarbonization


ส่วนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่สหรัฐฯ อยู่เจรจากับพันธมิตร หลายราย มีความก้าวหน้า โดยมองเป็นโครงการที่ดี มีวัตถุดิบที่ถูกรวมทั้ง ตลาดสหรัฐอเมริกา เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามยังไม่มีกำหนดสรุปการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID)


นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ราว 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นหุ้นกู้ระยะยาวราว 10-30 ปี  เบื้องต้นคาดมีกำหนดออกหุ้นกู้ในช่วงเดือนมีนาคม 2565



2564 ปีแห่งความสำเร็จ

ผลการดำเนินงานในปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 465,128 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 43% ในปี 2564 GC มีกำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและการปรับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ผลขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง และรายการพิเศษอื่น ๆ) ที่ 55,186 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 93 จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ในปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 44,982 ล้านบาท (10.01 บาท/หุ้น) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 200 จากปี 2563 นับเป็นผลการดำเนินงานที่สูงที่สุด


เพื่อการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร GC ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยได้ประกาศซื้อหุ้น VNT จากผู้ถือหุ้น เพื่อขยายฐาน สร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจปลายน้ำและเป็นการเพิ่มมูลค่าในธุรกิจสายโอเลฟินส์ให้กับ GC


PTTGC ดำเนินกลยุทธ์ปรับพอร์ตโฟลิโอการลงทุนใหม่ โดยลดขนาดของกลุ่มธุรกิจที่เป็น Non-Petrochemical ลง เพื่อโฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ให้มากขึ้น โดยขายหุ้น GPSC ให้ ปตท. จำนวน 12.73 % หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 25,000 ล้านบาท โดย ยังเหลือหุ้นอยู่จำนวน 10 %


นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จด้านการเงิน โดยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิให้กับนักลงทุน และสถาบันต่างประเทศ จำนวนรวม 1,250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม 2564 โดยการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างมากจากยอดจองซื้อกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินบาท จำนวนรวมทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ในเดือนมกราคม 2565  ที่ผ่านมาโดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากและมียอดจอง 1.5 เท่าของวงเงินที่เสนอขาย ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนของบริษัทฯ ในอนาคต


PTTGC ก้าวเข้าสู่ธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง HVB (High Value Business) โดยประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ allnex ผู้นำระดับโลกในธุรกิจผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิว (Coating Resins) และสารเติมแต่งสำหรับงานอุตสาหกรรม ที่มีความหลากหลายสำหรับใช้กับวัสดุทุกประเภท เช่น โลหะ พลาสติก ไม้ ครอบคลุมการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เหล็ก ยานยนต์ และบรรจุภัณฑ์ ตอบโจทย์เรื่องความแข็งแรงทนทาน ความสวยงาม ความปลอดภัยและเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ การใช้วัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการปลดปล่อยสารอินทรีย์ระเหย การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  ความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนเพื่อช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น   โดยอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง  โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 17 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 20 hours ago
Follow Us