“FP HCARE-A” ลุย “หุ้น Health Care” ยุคใหม่ทั่วโลก ร่วมเติบโตตามเทรนด์ “สุขภาพโลก” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Health Care” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้น” ของกลุ่มบริษัทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ (Health sciences companies) ทั่วโลก
รู้หรือไม่?...“หุ้นสุขภาพ” (Health Care) เป็นหนึ่งในหุ้นที่ยัง Underperform “หุ้นโลก” อย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
5 เดือนแรกปีนี้ “หุ้นสุขภาพโลก” ให้ผลตอบแทน -2.73% (หุ้นโลก +10.70%) ในขณะที่มูลค่ายังน่าสนใจ มี P/E Fwd 17.05 เท่า ถูกกว่าหุ้นโลกที่ 19.60 เท่า (ที่มา: MSCI World Health Care Index, May 29, 2026)
ถือเป็นหุ้นที่ยัง “Laggard” และมีความน่าสนใจ มีโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่โดดเด่น” (Outperform) ในระยะยาว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นสุขภาพ” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“FP HCARE-A” ลุย “หุ้น Health Care” ยุคใหม่ทั่วโลก
สำหรับกองทุนรวมที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า “FP HCARE-A: กองทุนเปิด เฟิร์ส พลัส เฮลธ์แคร์ เอฟไอเอฟ ชนิดสะสมมูลค่า” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.เฟิร์ส พลัส’ มีความเสี่ยง “ระดับ 7” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2557 เน้นลงทุน “หุ้น” ของกลุ่มบริษัทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์โดยบริษัทเหล่านี้จะได้รับรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งจากกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์หรือพึ่งพากิจกรรมทางธุรกิจเหล่านี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของสินทรัพย์ ผ่านกองทุนหลัก ‘Manulife Global Fund – Healthcare Fund (Class AA)’ ที่บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (US) LLC
โดยผู้จัดการกองทุนได้ศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจเพื่อจัดสรรการลงทุนในหลักทรัพย์ โดยแบ่งตามกลุ่มหลักประกอบไปด้วยกลุ่มเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ, อุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องมือวิเคราะห์ทางการแพทย์ และการให้บริการทางการแพทย์
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะมีใช้การวิเคราะห์ทางการเงินขั้นพื้นฐานในการระบุแต่ละบริษัทที่มีขนาดต่างๆ กันเพื่อค้นหาบริษัทที่น่าสนใจมากที่สุดภายใต้เงื่อนไขคือ มีรายได้ที่มั่นคง มีศักยภาพในการเติบโตและมีมูลค่าที่เหมาะสม

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘FP HCARE-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) มีการลงทุน 5 อุตสาหกรรมมากสุด ประกอบไปด้วย
-
Pharmaceuticals 42.16%
-
Biotechnology 20.47%
-
Healthcare Equipment & Supplies 15.53%
-
Healthcare Providers & Services 13.76%
-
Life Sciences Tools & Services 5.84%
ทั้งนี้ มีการกระจายลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ได้แก่
-
United States 70.04%
-
United Kingdom 9.70%
-
Japan 8.25%
-
Switzerland 6.03%
-
Belgium 2.00%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) ELI LILLY 10.15%, 2) ASTRAZENECA 6.76%, 3) JOHNSON & JOHNSON 6.66%, 4) AMGEN 5.11% และ 5) ABBVIE 5.03% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘FP HCARE-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.13% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.51% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 14.24% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 15.14% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -20.45%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่มีกำหนดขั้นต่ำแต่ประการใด เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้เช่นกัน แต่จะมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเฟิร์ส พลัส จํากัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน Click for Funds
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และราคายังไม่แพง ที่สำคัญเป็นหุ้นที่ทนทานต่อทุกภาวะเศรษฐกิจ เชื่อว่ากลุ่ม “กองหุ้นสุขภาพ” (Health Care) จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะธีม “Health Care” ก็เป็นหนึ่งใน Megatrend ในโลกการลงทุนที่พร้อมจะเติบโตไปกับสังคมสูงวัยของโลกอีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
