Fitch ยกระดับเครดิตไทย ปรับแนวโน้มสู่ “มีเสถียรภาพ” โบรกฯ มองบวกต่อ SET รับศก.ขยายตัว ชู 10 หุ้นเด่น 4 กลุ่มรับอานิสงส์การลงทุน
Fitch Ratings ปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” สู่ “มีเสถียรภาพ” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ BBB+ สะท้อนมุมมองต่อเสถียรภาพการเมือง เศรษฐกิจ และฐานะการคลังที่ดีขึ้น โบรกฯ ประเมินเป็นปัจจัยบวกด้านจิตวิทยาต่อตลาดหุ้นไทย พร้อมชู 4 กลุ่มหุ้นที่ได้รับอานิสงส์ ได้แก่ ธนาคาร โรงไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า Fitch Ratings ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับ “เชิงลบ” (Negative Outlook) เป็นระดับ “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) พร้อมคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ โดยประเมินว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย
ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนการปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ประกอบด้วย 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
เสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย
-
เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสามารถรับมือกับแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงานโลกได้ดีกว่าที่คาดการณ์
-
แนวโน้มหนี้ภาครัฐบาลของไทยปรับตัวดีขึ้น
-
คาดการณ์ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทยจะกลับมาเกินดุลในปี 2570 หลังผ่านช่วงการเร่งนำเข้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลงทุนที่กำลังเพิ่มขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรี ประเมินว่าการปรับเพิ่ม Outlook ของประเทศไทยครั้งนี้จะเป็นปัจจัยบวกด้านจิตวิทยาต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) และสนับสนุนหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ได้แก่
-
กลุ่มธนาคาร: KBANK, KTB, BBL และ KKP
-
กลุ่มโรงไฟฟ้า: GULF และ BGRIM
-
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง: STECON และ PYLON
-
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: AMATA และ WHA
