ดีลอยท์ชี้ธุรกิจกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมากขึ้น เผยเป้าหมายกับผลกระทบไม่เชื่อมโยงกัน

ประเด็นสำคัญ

  • 97% ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจรับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมองว่าเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ควรรับมือตั้งแต่ตอนนี้

  • อย่างไรก็ตาม CxO บางบริษัทพบปัญหาในการสร้างความสมดุลระหว่างขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้นกับผลกระทบที่ประเมินได้ในระยะยาว และดูเหมือนยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงประโยชน์ในการผนวกแนวคิดด้านความยั่งยืน
    ในกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจ

  • มีการคิดค้นขั้นตอนในการรับมือกับปัญหา เพื่อเป็นต้นแบบในการผลักดันการแก้ไขประเด็นด้านสภาพอากาศ



2022 CxO Sustatinability Report: The Disconnect Between Ambition and Impact
ของดีลอยท์ที่เผยแพร่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเผยว่า ผู้บริหารระดับซี ทั่วโลก (หรือ CxO) มีความกังวลในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มมากขึ้น และมองว่าโลกมาถึงจุดที่ต้องลงมือทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 89% ของ CxO ทั่วโลกเห็นด้วยว่า โลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศ และ 63% ชี้ว่า องค์กรของพวกเขามีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นนี้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม พวกเขายังพบความยากลำบากในการผนวกแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปในกลยุทธ์ การดำเนินงาน และวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นแก่นสำคัญของธุรกิจ


เพราะเข้าใจถึงความสำคัญเรื่องความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้นและภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ดีลอยท์ได้ต่อยอดงานวิจัยที่ผ่านมาโดยเปิดโอกาสให้ CxO มากกว่า 2,000 ราย จาก 21 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมทำแบบสอบถาม เพื่อศึกษาถึงความกังวลและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงแนวคิดด้านความยั่งยืนของผู้บริหารกลุ่มนี้ นอกจากนั้น รายงานยังศึกษาถึงความไม่เชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายขององค์กรกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนสิ่งที่ผู้นำระดับสูงทั้งหลายเลือกที่จะทำเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น



การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ทางเลือกเดียว แต่ยังมีทางเลือกอีกนับพันล้านอย่าง

พูนิต เรนเจน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีลอยท์ โกลบอล กล่าว การลงมือแก้ไข ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ล้วนสำคัญ ทว่าการดำเนินการและการตัดสินใจบางอย่างอาจ “สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้” ได้มากกว่าอย่างอื่นๆ และ การลงมือทำด้วยความมุ่งมั่นและจริงจังของผู้นำองค์ธุรกิจต่างๆ เป็นเรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วน เรายังพอมีเวลาในการลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะพิสูจน์ว่า เราพร้อมเผชิญกับความท้าทายครั้งนี้


ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังตกอยู่ในสภาวะเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าที่เคย และตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เราจะต้องลงมือแก้ปัญหา เกียม ไอ ลีน ผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน ดีลอยท์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว กฎหมายเกี่ยวกับสภาพอากาศฉบับล่าสุดที่รัฐบาลต่างๆ ในภูมิภาคนี้นำมาใช้ มีส่วนสำคัญในการผลักดันประเด็นดังกล่าวให้เป็นวาระสำคัญในการบริหารงานของ CxO ซึ่งแนวโน้มเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจาก CxO มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ นำพาองค์กรให้ผ่านพ้นอุปสรรคด้านสภาพอากาศ และรับมือกับแรงกดดันจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เห็นได้ชัดว่า องค์กรที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลและผสานรวมกลยุทธ์ทางด้านสภาพอากาศที่ดีไว้ในนโยบายนั้น ไม่เพียงแต่จะสามารถรอดพ้นจากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังในสังคมให้กับองค์กร”



ความกังวลและการคาดหวังในผลลัพธ์
: ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ผู้บริหารรู้สึกกังวลกันเป็นอย่างมาก CxO ส่วนใหญ่ (79%) เชื่อว่าโลกอยู่ในจุดเปลี่ยน เมื่อเป็นเรื่องของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนับเป็นคะแนนที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% เทียบกับการสำรวจของดีลอยท์ เมื่อแปดเดือนก่อน ตอกย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น 88% ของ CxO ยังคาดหวังว่าการลงมือทำโดยทันทีจะช่วยจำกัดผลกระทบที่เลวร้ายต่อโลกไว้ได้ ซึ่งนับว่าสูงกว่าเมื่อแปดเดือนก่อนที่ 63% แม้จะมีความกังวลเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีแง่มุมดีๆ ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้นำต่างตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการกันมากขึ้น


ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า CxO ต้องแบกรับแรงกดดันจากหลายระดับ

  • ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมด (97%) ระบุว่า องค์กรของตนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และประมาณครึ่งหนึ่งกล่าวว่า การดำเนินงานของพวกเขาก็ได้รับผลกระทบ (เช่น การหยุดชะงักของรูปแบบการทำธุรกิจและเครือข่ายอุปทานทั่วโลก)

  • 81% ของ CxO ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นกับตนเอง (เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น พายุที่รุนแรงขึ้น ไฟป่า) ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

  • นอกจากนี้ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งได้แก่ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ถือหุ้น ผู้บริโภค และพนักงาน ต่างก็เพิ่มแรงกดดันให้เร่งดำเนินการ



“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว หรือกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่ได้เกิดขึ้นแล้วและหนทางที่เราเลือกเดินในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดคุณภาพชีวิตของคนรุ่นต่อ ๆ ไป
เจนนิเฟอร์ สไตน์มันน์ ผู้นำด้านสภาพอากาศและความยั่งยืน ดีลอยท์ โกลบอล กล่าว อนาคตที่ดีกว่าเดิมขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติและพฤติกรรมในเชิงลึกและยั่งยืนของรัฐบาล ธุรกิจ และกลุ่มบุคคล ชุมชนธุรกิจสามารถช่วยสร้างการทำงานร่วมกันรูปแบบใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวคิดมากกว่าตัวบุคคลหรือองค์กรเจ้าของแนวคิด รวมถึงหาหนทางที่แปลกใหม่และยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลดีที่สุดแก่พวกเขา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชุมชน”



ช่องโหว่ระหว่างเป้าหมาย การลงมือ และผลกระทบ

องค์กรต่าง ๆ กำลังดำเนินการ: สองในสามของ CxO กล่าวว่าองค์กรของพวกเขาหันมาใช้วัสดุที่ยั่งยืนมากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน โดยมากกว่าครึ่งเลือกใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานหรือเป็นมิตรกับสภาพอากาศ และส่วนใหญ่มุ่งมั่นที่จะลดการเดินทางโดยเครื่องบิน พร้อมกับเล็งเห็นความสำคัญในการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการรับมือและผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ


อย่างไรก็ตาม องค์กรต่างๆ ยังไม่ค่อยมีการดำเนินการที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้ปลูกฝังแนวคิดเกี่ยวกับสภาพอากาศไว้ในวัฒนธรรมองค์กร และมีการเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูง ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันเป็นที่ประจักษ์ แม้ว่าการดำเนินการเพื่อความยั่งยืนทั้งหมดมีความสำคัญ แต่การวิเคราะห์รายงานของดีลอยท์ก็ได้ระบุถึงสิ่ง “ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้” ไว้ห้าประการ โดยเฉพาะเมื่อทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ควบคู่กันไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ทางธุรกิจที่ได้จากความยั่งยืนอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ได้แก่

 

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ที่เป็นมิตรต่อสภาพอากาศ

  • กำหนดให้ผู้ผลิตและคู่ค้าทางธุรกิจมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดในแง่ของความยั่งยืน

  • การยกระดับหรือการย้ายที่ตั้งโรงงานเพื่อให้มีความคงทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

  • ผนวกรวมแนวคิดเกี่ยวกับสภาพอากาศเข้าในการล็อบบี้และการบริจาคทางการเมือง และ

  • กำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน


เมื่อเทียบกับการดำเนินการด้านสภาพอากาศอื่นๆ มีโอกาสน้อยมากที่องค์กรต่างๆ จะดำเนินการครบทั้งห้าข้อนี้ และมากกว่าหนึ่งในสามขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามเพิ่งทำไปเพียงแค่ข้อเดียวเท่านั้น ในขณะที่ความกังวลต่อสิ่งแวดล้อมและความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงยังเป็นประเด็นสำคัญ องค์กรต่างๆ จำเป็นจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดและลงมือทำอย่างเด็ดขาดมากขึ้น เพื่อจำกัดผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเอาไว้


CxO เลือกการรับรู้และชื่อเสียงของแบรนด์ ความพึงพอใจของลูกค้า ขวัญกำลังใจและสวัสดิภาพของพนักงานเป็นสามในสี่ผลประโยชน์สูงสุดที่ได้รับจากการทุ่มเทเพื่อความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งชี้ให้เห็นว่า CxO จำนวนมากมองว่า การดำเนินการด้านสภาพอากาศนั้นเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย โดยผลประโยชน์ที่อยู่ในอันดับต่ำที่สุด (รายได้จากทั้งธุรกิจที่ดำเนินการมาอย่างยาวนานและธุรกิจใหม่ มูลค่าสินทรัพย์ ต้นทุนการลงทุน และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน) ชี้ให้เห็นว่า CxO ยังคงต้องดิ้นรนกับต้นทุนระยะสั้นในการเปลี่ยนไปสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ



บทเรียนจากผู้นำด้านความยั่งยืน

การสำรวจของดีลอยท์เผยให้เห็นว่า กลุ่มผู้นำ คิดเป็น 19% ของกลุ่มตัวอย่าง จากองค์กรที่เป็นต้นแบบในการจัดการกับความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลไปพร้อม ๆ กัน องค์กรชั้นนำเหล่านี้ดำเนินการตามแนวทางความยั่งยืน “ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก” อย่างน้อยสี่ในห้าข้อข้างต้น เมื่อเทียบกับองค์กรที่ดำเนินการไปแค่เพียงอย่างเดียว หรือคิดเป็น 35% ของทั้งหมด (เกือบสองเท่าของผู้บริหารกลุ่มแรก) โดยผู้บริหารจากองค์กรต้นแบบ

 

  • มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า (74% เทียบกับ 52%)

  • คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีผลกระทบอย่างสูงต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจในปีต่อๆ ไป (73% เทียบกับ 50%)

  • วางแผนในการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์ภายในปี 2573 (82% เทียบกับ 50%)

  • ไม่ค่อยมองว่าต้นทุนเป็นอุปสรรคต่อความทุ่มเทในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาอาจมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียไปจากการไม่ลงมือทำ และได้รับการอนุมัติจากทางผู้บริหารมากกว่า

  • มีแนวโน้มที่จะเข้าใจโอกาสทางธุรกิจจากความยั่งยืนในแง่ของผลกำไร ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผลการปฏิบัติงานโดยทั่วไปในวงกว้างกว่า


“ทุกธุรกิจไม่ได้ดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศไปอยู่ในจุดเดียวกัน แต่ในไม่ช้าทุกองค์กรจะต้องเปลี่ยนจากการตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องทำ” ไปเป็น “จะต้องทำอย่างไร” ด้วยการใช้แนวทางที่ตรงกับความต้องการของแต่ละองค์กร” พูนิต เรนเจนกล่าว “ทั้งนี้ การกระทำทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นสิ่งสำคัญของการเป็นผู้นำ เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องมีกรอบความคิดที่เล็งเห็นถึงทั้งความเสี่ยงของการเพิกเฉยและโอกาสของความยั่งยืน วัฒนธรรมองค์กรที่ปลูกฝังด้านสภาพอากาศลงในกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยตรง มีการเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูง และความสามารถในการส่งอิทธิพลต่อบุคคลภายนอก ซึ่งรวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจ รัฐบาล และหน่วยงานกำกับดูแล”


ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานความยั่งยืน CxO ปี 2565 ของดีลอยท์ได้ที่เว็บไซต์ของดีลอยท์



ระเบียบวิธีในการทำแบบสำรวจ

รายงานนี้นำข้อมูลมาจากการสำรวจผู้บริหารระดับซีจำนวน 2,083 ราย ซึ่งดำเนินการโดย KS&R Inc. และดีลอยท์ ระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา แบบสอบถามได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารจาก 21 ประเทศ แบ่งออกเป็น 44% จากภูมิภาคยุโรป/แอฟริกาใต้ 31% จากภูมิภาคอเมริกา และ 24% จากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยครอบคลุมภาคอุตสาหกรรมหลักทั้งหมด นอกจากนี้ KS&R และดีลอยท์ ยังได้ดำเนินการสัมภาษณ์แบบรายบุคคลกับผู้บริหารในอุตสาหกรรมระดับโลกอีกด้วย

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 23 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 22 hours ago
Follow Us