Healthcare: Defensive Growth ที่น่าสนใจในจังหวะที่ Yield ยังมีโอกาสสูงขึ้น

โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด


ภาพรวมของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเริ่มสะท้อนการ Rotation ออกจากกลุ่ม Technology/AI ซึ่งได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ไปสู่กลุ่มที่มีทั้งความมั่นคง (Defensive)  และยังมีศักยภาพการเติบโต (Growth) โดยหนึ่งในกลุ่มที่น่าสนใจ  คือ Healthcare


ในช่วงระหว่างวันที่ 26 พ.ค.-25 ส.ค. 2026 XLV Healthcare ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.65% ขณะที่ Technology ให้ผลตอบแทน -0.67% และดัชนี MSCI World ปรับขึ้นเพียง 3.32% เท่านั้น (ข้อมูล: Bloomberg, 26 ส.. 2026) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เงินลงทุนไม่ได้ไหลเข้าหุ้นกลุ่ม Defensive เพียงเพื่อหลบความเสี่ยง แต่กำลังเลือกลงทุนในกลุ่มที่โอกาสมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง (Fundamental Growth) ซึ่ง Healthcare ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อาจตอบโจทย์ดังกล่าวได้


อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การปรับตัวขึ้นของกลุ่ม Healthcare เกิดขึ้นพร้อมกับ Bond Yield ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดย US 10Y Yield ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4.64% ซึ่งปรับขึ้นจาก 4.0% ในช่วงปลายเดือน ก.พ. มาอยู่เหนือระดับ 4.6% ในเดือน ส.ค. ดังนั้น หากมองไปข้างหน้า Bond Yield ยังมีโอกาส ปรับตัวสูงขึ้นได้อีก จากความกังวลด้านเงินเฟ้อที่อาจะได้รับผลกระทบจากทั้งมาตรการทางภาษีและประเด็นด้านราคาพลังงาน ในสภาวะเช่นนี้ หุ้นกลุ่มที่มีการปรับตัวขึ้นไปสูงอย่าง Technology อาจกลับมาเผชิญแรงกดดันได้


ทำไมกลุ่ม
Healthcare ยังน่าสนใจ

แม้ความเสี่ยงที่ Bond Yield จะกลับมาปรับตัวสูงขึ้นยังคงมีอยู่ แต่ Healthcare ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีคุณสมบัติช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวได้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการด้านสุขภาพที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัฏจักรเศรษฐกิจหรือระดับ Discount Rate เท่ากับหุ้น Growth บางกลุ่ม จึงทำหน้าที่เป็น “Potential Growth ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนและตึงตัวในกรณีที่ตลาดกลับมามีความผันผวน จาก Yield ที่ดีดตัวขึ้น


ยิ่งไปกว่านั้น การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม Healthcare ไม่ได้หมายความว่า มูลค่าหุ้นในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ตึงตัวจนขาดความน่าสนใจแล้ว เพราะตลาดยังคาดการณ์ว่า กำไรต่อหุ้น (EPS Growth)  ของกลุ่ม S&P500 Healthcare จะเติบโตได้ถึง 21.3% ในปี 2027 เมื่อเทียบกับ EPS Growth S&P500 Index ที่คาดว่าจะเติบโต 11.94% ในปี 2027 (ข้อมูล: Bloomberg, 26 ส.. 2026)


ด้วยเหตุนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนความน่าสนใจของกลุ่ม Healthcare ในรอบนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่ความเป็น Defensive Sector เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานกันของ 3 ปัจจัย ได้แก่

  • Defensive - ความต้องการ Healthcare มีความสม่ำเสมอ แม้เศรษฐกิจและตลาดมีความผันผวน
  • Need - Aging Society, การใช้จ่ายด้านสุขภาพ และนวัตกรรมยาใหม่ยังเป็น Structural Growth ระยะยาว
  • Growth - แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทยังมีโอกาสเติบโตในระยะถัดไป


Momentum Support

อีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Healthcare คือ กระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบัน (Fund Flow)  โดยผลสำรวจจาก BofA Global Fund Manager Survey เดือน ก.ค. พบว่า Healthcare เป็น Sector ที่ผู้จัดการกองทุนเพิ่มน้ำหนักมากที่สุด สะท้อนว่าเป็นการ Rotation ของเงินลงทุนเชิงสถาบัน ไม่ใช่เพียง Technical Rebound ระยะสั้น (ข้อมูลจาก BofA Global Fund Manager Survey, 31 ก.ค. 2026)


ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ณ ตอนนี้ ตลาดไม่ได้มองว่าการลงทุนในกลุ่ม Healthcare เป็นเพียงการลงทุนเพื่อ “หนีความเสี่ยง” อย่างเดียว แต่ตลาดกำลังให้คุณค่ากับกลุ่ม Healthcare จากการเป็นธุรกิจที่สามารถผสมผสานศักยภาพในการเติบโต (Growth) ในขณะที่ยังมีความมั่นคง (Defensive) และมีระดับมูลค่า (Valuation) ที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ Healthcare มีโอกาสเป็นผู้ชนะหากตลาดยังอยู่ในภาวะที่ Bond Yield ผันผวนและ Valuation ของหุ้น Technology ยังคงตึงตัว


กองทุน
Healthcare จาก Eastspring

กองทุน ES-HEALTHCARE คือกองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม Health Care โดยจะนำเงินไปลงทุนผ่านกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียวคือ Janus Henderson Global Life Sciences Fund  นโยบายของกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ เภสัชกรรม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อมุ่งหวังสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน l เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน / หรือ ได้รับเงินคืนต่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผลการดำเนินงานในอดีต / ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้ เป็นสิ่งยินยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในกองทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงของการลงทุนผู้ลงทุนอาจจะได้รับเงินลงทุนคืน มากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนด หรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วย ลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้ กองทุนหลักมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มอุตสาหกรรม Healthcare / ก่อนการตัดสินใจลงทุนควร ศึกษาหนังสือชี้ชวนอย่างรอบคอบ / ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ*ผู้ลงทุนสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง โฆษณานี้ถูกว่าจ้างและได้รับการสนับสนุนโดย บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 1 day ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 23 hours ago
Follow Us