สร้าง “เข็มทิศการลงทุน” ด้วย…“Goal Based Investing” !!!
Wealth EZ: เมื่อสนใจเริ่มต้นลงทุน แต่อาจมีคำถามว่า “เราจะลงทุนในอะไร” หากตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้ มักเกิดจากการไม่มีเป้าหมายการลงทุนและผลที่ตามมามักพุ่งเป้าที่ผลตอบแทนเป็นหลัก…จนลืมความเสี่ยง
“ความเสี่ยงของการลงทุน” หมายถึง ความผันผวนของผลตอบแทนที่ส่งผลกระทบให้เป้าหมายการลงทุนหรืออาจกระทบต่อเป้าหมายการเงินอื่นๆ ด้วย ดังนั้น หากพุ่งเป้าไปที่ผลตอบแทนเป็นอันดับแรก อาจเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงเกินความจำเป็น
“ดังนั้น ก่อนเริ่มลงทุนควรเปลี่ยนคำถามจาก ‘เราจะลงทุนในอะไร’ เป็น ‘ทำไมเราต้องลงทุน’ อาจพบคำตอบของแผนการลงทุนที่ไม่เสี่ยงจนเกินไป สามารถลงทุนตามแผนที่วางเอาไว้ และถึงเป้าหมายในระยะเวลาที่กำหนด”

สำหรับ “การวางแผนการลงทุนแบบมีเป้าหมาย” (Goal Based Investing) หมายถึง เมื่อเริ่มลงทุน ควรสำรวจตัวเองว่า เป้าหมายการลงทุนคืออะไร ระยะเวลาที่ต้องการไปให้ถึงเป้าหมาย และทรัพยากรการลงทุนเป็นอย่างไร จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการเลือกสินทรัพย์ลงทุนและสร้างแผนการลงทุน
“จะเห็นได้ว่า ‘Goal Based Investing’ ไม่ได้คำนึงถึงผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นอันดับแรก แต่จะคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนและระยะเวลาในการลงทุน และเงินลงทุนที่ตัวผู้ลงทุนสามารถจัดสรรมาสำหรับแต่ละเป้าหมาย ซึ่งหมายถึงเงินลงทุนตั้งต้น และเงินลงทุนสมทบรายงวด”
ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายการลงทุน
ปัจจุบันอายุ 30 ปี ต้องการเริ่มต้นลงทุนเดือนละ 15,000 บาท โดยมีเป้าหมายมีเงินก้อนจำนวน 10 ล้านบาทสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณอายุที่ 55 ปี
จากข้อมูลนี้ สามารถคำนวณหาอัตราผลตอบแทนคาดหวังได้ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 6% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 25 ปีของแผนการลงทุน หลังจากนั้น จึงจะเริ่มจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามความคาดหวัง
“ในทางกลับกัน หากไม่ทราบว่าเป้าหมายการลงทุนคืออะไร มักจะพุ่งความสนใจไปที่ผลตอบแทนเป็นอันดับแรก ด้วยการเริ่มต้นเลือกสินทรัพย์ลงทุน ทำให้ไม่ทราบว่าเงินลงทุนที่ใช้ควรจะมีมากน้อยเพียงไร และอาจเผชิญกับความเสี่ยงหรือความผันผวนสูงเกินความจำเป็น เช่น นำเงิน 500,000 บาท ไปลงทุนในหุ้นรายตัวเพื่อให้ได้เงิน 10 ล้านบาท โดยไม่ทราบถึงความเสี่ยงของแผนการลงทุน เช่น ต้องใช้เวลานานเท่าไรจึงจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้”

จากภาพที่ 1 ในระหว่างปี 1900 - 2020 หากเลือกลงทุนในตราสารทุน 100% ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ 9.6% ต่อปี แต่ในบางปีอาจขาดทุนสูงถึง 27.9% ในทางกลับกัน หากเลือกลงทุนในตราสารหนี้ 100% ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ 5% แต่ในบางปีก็อาจขาดทุน 6.1%
“ดังนั้นหากกำหนดเป้าหมายการลงทุน จากนั้นก็จัดสรรสินทรัพย์การลงทุน โดยลงทุนในตราสารหนี้ 70% ตราสารทุน 30% ซึ่งให้ผลตอบเฉลี่ย (ภาพที่ 1) ที่ 6.8% ต่อปี ก็จะมีโอกาสได้รับเงิน 10 ล้านบาท ในเวลา 25 ปี โดยใช้เงินลงทุนเดือนละ 15,000 บาท ตลอดระยะเวลาของแผนการ ขณะที่ความผันผวนที่ได้รับก็น้อยกว่าการนำเงินไปลงทุนในตราสารทุน 100%”
อย่างไรก็ตาม การวางแผนการลงทุนแบบ “Goal Based Investing” ไม่ได้มีเพียงการตั้งเป้าหมายการลงทุนเพียง
เท่านั้น แต่ต้องให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้เป็นสำคัญด้วย เพราะถึงแม้แผนการลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามคาดหวังแต่กลับมีความเสี่ยงสูงเกินไป หรือผู้ลงทุนอาจเปลี่ยนแผนการลงทุนในระหว่างทาง เป็นต้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจใช้แผนการลงทุนดังกล่าวควรพิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วน”
เมื่อมี “เข็มทิศทางการลงทุน” จะช่วยให้มีเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน ทราบระยะเวลาและจำนวนเงินที่ต้องใช้สำหรับแผนการลงทุน ซึ่งแผนการลงทุนแบบ “Goal Based Investing” เป็นอีกทางเลือกที่จะนำไปสู่เป้าหมายทางการลงทุนที่ตั้งใจไว้
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th
