เข้าใจผลประโยชน์ของ...“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”

แหล่งเงินทุนการเกษียณที่สำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือน คือ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund : PVD)” หลายองค์กรได้นำเอากองทุน PVD นั้นมาใช้เป็นแรงจูงใจสำคัญในการรับสมัครพนักงานใหม่ๆ เข้าสู่องค์กร เพราะกองทุน PVD นั้นไม่ได้มีการจัดตั้งทุกองค์กร และการสมทบจากนายจ้างของแต่ละองค์กรนั้นก็มีสัดส่วนที่แตกต่างกันไปอีกด้วย


“ดังนั้น เมื่อเวลาที่ลูกจ้างเข้าไปเป็นสมาชิกของกองทุน PVD ขององค์กรแล้ว ก็ควรต้องศึกษาเกี่ยวกับกองทุน PVD ว่ามีเงื่อนไขในการสมทบให้กับลูกจ้างอย่างไร วันนี้ผมจึงขอหยิบยกตัวอย่างความเข้าใจเกี่ยวกับการได้รับเงินสมทบจากองค์กรมาอธิบายกัน เพื่อให้ทุกท่านสามารถวางแผนจัดการเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้”





จากตัวอย่างเงื่อนไขของกองทุนPVD ข้างต้น สำหรับเงินสะสมและเงินสมทบ (ส่วนที่ 1) จะเห็นได้ว่า “อัตราเงินสะสม” ของสมาชิกลูกจ้างสามารถสะสมได้ตั้งแต่ 2-15% โดยเงินส่วนนี้จะหักจากเงินเดือนของลูกจ้าง และสามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ได้อีกด้วย แต่ “อัตราเงินสมทบ” ของนายจ้างนั้น จะขึ้นอยู่กับอายุงานของลูกจ้าง โดยนายจ้างจะสมทบให้ตั้งแต่ 2-15% แล้วแต่อายุงานของลูกจ้าง


ขณะที่เงินที่ได้รับจากกรณีลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนหรือลาออกจากการเป็นพนักงาน “ผลประโยชน์ของเงินสะสมและเงินสมทบ” (ส่วนที่ 2) ในส่วนเงินสะสมของสมาชิกที่จะได้รับ 100% ของเงินสะสมที่สมาชิกได้จ่ายไป ไม่ว่าจะลาออกหรือเกษียณอายุการทำงานก็ตาม ส่วนเงินสมทบของนายจ้างนั้น ลูกจ้างจะได้ตามสัดส่วนในตาราง ขึ้นอยู่กับอายุงานของลูกจ้าง โดยลูกจ้างจะได้รับผลประโยชน์ตั้งแต่ 0-100%






ตัวอย่าง
หากลูกจ้างทำงานมาครบ 3 ปี แล้วลาออกจากองค์กร ผลประโยชน์ของเงินสะสมและเงินสมทบที่จะได้รับ สามารถคำนวณได้ดังนี้

  • เงินสะสม ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสมและผลประโยชน์จากเงินสะสมของตนเองทั้งหมด (100%) ไม่ว่าจะเลือกสะสมเงินจำนวนเท่าไรก็ตาม

  • เงินสมทบ ลูกจ้างจะได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์จากเงินสมทบ 50% ของเงินสมทบที่นายจ้างสมทบให้ ซึ่งคิดเป็นอัตรา 5% ดังนั้น ลูกจ้างจะได้รับผลประโยชน์เป็นจำนวน 50% ของอัตราเงินสมทบ 5 % ซึ่งเท่ากับ 2.5% ของเงินสมทบทั้งหมดนั่นเอง


“จะเห็นได้ว่า เรื่องของการคำนวณเงินสมทบและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากนายจ้างในกรณีนี้ จะต้องดูเงื่อนไขรายละเอียดในข้อบังคับกองทุน ซึงสามารถขอได้จากฝ่าย HR ขององค์กรท่านได้ อย่างไรก็ตามการคำนวณดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างที่อธิบายเงื่อนไขกองทุน PVD ตามภาพเท่านั้น และแต่ละองค์กรจะมีเงื่อนไขในการคำนวณผลประโยชน์ดังกล่าวที่ไม่เหมือนกัน”


ดังนั้น ลูกจ้างควรศึกษาว่า องค์กรของตนเองมีวิธีการคำนวณอย่างไร เพื่อจะได้ทราบว่า เงินที่เราจะได้รับจากกองทุน PVD นั้น จะกลายมาเป็น “แหล่งเงินทุนเพื่อการเกษียณ” มากน้อยเท่าไร และมนุษย์เงินเดือนจะต้องเก็บออมเงินด้วยตนเองอีกเท่าไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเกษียณที่ได้วางแผนเอาไว้


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

โกเมศ สุพลภัค

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us