Official Update :

“สกุลเงินดิจิตอล”...ทางเลือกการลงทุนที่ควรมีไว้ในพอร์ต

หากพูดถึงสินทรัพย์การลงทุนที่นักลงทุนกล่าวถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “สินทรัพย์ดิจิตอล” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สกุลเงินดิจิตอล” หรือ “เหรียญคริปโต” เนื่องจากราคาของสินทรัพย์ดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสร้างผลตอบแทนในระดับที่ทำให้การลงทุนรูปแบบดั้งเดิม อย่างหุ้น อสังหาริมทรัพย์ พันธบัตร หรือแม้กระทั่งทองคำ ถูกลดทอนความสนใจลงไป และเริ่มหันมามีสัดส่วนสกุลเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้นมาในพอร์ตการลงทุน


ว่าแต่ถ้าวันนี้สนใจอยากลงทุนใน สกุลเงินดิจิตอล เราควรจะมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นี้เท่าไรดี?


ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยแบ่งออกเป็นเรื่องของ มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ต่างๆ ผลตอบแทนและความเสี่ยง และความสัมพันธ์ของเหรียญคริปโตกับสินทรัพย์อื่น



มูลค่าของสินทรัพย์ทั่วโลก

ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2021 มูลค่าตลาดของ “สกุลเงินคริปโต” มีขนาดสูงถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อเทียบกับสินทรัพย์หลักอื่นๆ ทั่วโลก อย่างตลาดหุ้นซึ่งมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดตราสารหนี้ขนาด 130 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะเห็นได้ว่าขนาดของคริปโตนั้นยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยไม่ถึง 2% ของสินทรัพย์การลงทุนทั่วโลก แต่สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับในช่วงต้นปี 2020 ที่ขนาดของตลาดคริปโตอยู่แค่เพียง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น



“ผลตอบแทน” และ “ความเสี่ยง”

นักลงทุนคงจะได้เห็นการเคลื่อนไหวของเหรียญคริปโต ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนได้รวดเร็ว อย่างในปี 2020 ราคาของบิตคอยน์ (BTC) เพิ่มขึ้นถึง 204% หรืออย่างอีเธอเรียม (ETH) สามารถทำอัตราผลตอบแทนได้กว่า 750% ไม่รวมเหรียญที่มีขนาดเล็กลงมา หลายๆ เหรียญสามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 1,000%



 


“อย่างไรก็ตามความผันผวนของราคาที่สูงกว่าสินทรัพย์อื่นๆ เห็นได้จากการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละวันซึ่งเปลี่ยนแปลงในระดับ +/- 10% หรือมากกว่าจนเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับ ผลขาดทุนในระดับสูง ได้ในระยะเวลาอันสั้นได้ นอกจากนี้แล้วยังมีความเสี่ยงของแพลตฟอร์มที่ใช้ การถูกโจรกรรมกระเป๋าสตางค์ดิจิตอล ที่จะต้องพิจารณาควบคู่ไปด้วย”



ความสัมพันธ์เทียบกับสินทรัพย์อื่น

มีงานศึกษาความสัมพันธ์ของราคาสกุลเงินดิจิตอลหลัก โดยใช้ดัชนี CRIX (Cryptocurrency Index) เทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือตราสารหนี้ พบว่ามีความสัมพันธ์กันค่อนข้างต่ำจนถึงติดลบในบางสินทรัพย์ นั่นหมายความว่าการใส่สกุลเงินดิจิตอลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน จะช่วยทำให้ความเสี่ยงภาพรวมของพอร์ตลดลงและช่วยทำให้อัตราผลตอบแทนที่ปรับตัวความเสี่ยงสูงขึ้นได้



แล้วเราควรใส่ในสัดส่วนเท่าไร

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าผู้ลงทุนแต่ละท่านนั้นมีความคาดหวังต่อผลตอบแทนและมีความอดทนต่อความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ดังนั้นสัดส่วนของสกุลเงินคริปโตของแต่ละคนก็ควรแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ด้วยลักษณะผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สูง และการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับสินทรัพย์อื่นๆ จึงทำให้นักลงทุนทั่วโลกมองเหรียญเหล่านี้เป็น “สินทรัพย์ทางเลือก” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสินทรัพย์ทางเลือกควรมีสัดส่วนไม่เกินกว่า 10-15% ของพอร์ตเท่านั้น


“ฉะนั้นหากผู้ลงทุนมีการลงทุนใน ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์อื่นอยู่ 5-10% จะสามารถลงทุนในสกุลเงินคริปโตได้ประมาณ 5% ของพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้หากผู้ลงทุนรับความเสี่ยงได้ต่ำแนะนำว่าควรมีในสัดส่วนเพียง 1-2% ของเงินลงทุนเท่านั้น แม้ว่าสัดส่วนจะน้อย แต่ถ้าผลตอบแทนออกมาใกล้เคียงกับในอดีตที่ผ่านมาจะทำให้พอร์ตการลงทุนมีอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยๆ 1-2% ต่อปีหรือมากกว่า ในทางกลับกันหากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของพอร์ตการลงทุนไม่มากนัก ซึ่งจะไม่กระทบกับการลงทุนระยะยาวของนักลงทุนครับ”


สุดท้ายนี้แม้ว่าการลงทุนใน “คริปโต” จะมีความน่าสนใจ และได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น แต่ยังคงถือเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มีความผันผวนสูงมาก และมีปัจจัยที่ไม่สามารถประเมินและควบคุมได้อยู่ ทั้งในแง่มูลค่าของเหรียญ อารมณ์ของนักลงทุน นโยบายของรัฐ ฯลฯ ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและลงทุนอย่างระมัดระวัง รวมถึงจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนให้เหมาะสมกับตนเองด้วย


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

พิชญา ซุ่นทรัพย์

นักวางแผนการเงิน CFP®