Official Update :

SOS! โอนเงินผิดบัญชี...“กู้วิกฤต” ทันใจ !!!

Wealth EZ: การ “โอนเงินผิดบัญชี” เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นแล้ว การจัดการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจะสามารถช่วย “กู้วิกฤต” ได้ทันท่วงที ซึ่งการรู้จักวิธีจัดการเมื่อเกิดเหตุการณ์โอนเงินผิดบัญชี รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นทักษะสำคัญที่ผู้ใช้บริการทางการเงินควรเรียนรู้ เพื่อลดความเสี่ยงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น สำหรับขั้นตอนที่ควรปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์โอนเงินผิดบัญชี รวมถึงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต มีดังนี้


แจ้ง “ธนาคาร” ทันที

เมื่อรู้ตัวว่า “โอนเงินผิดบัญชี” สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การแจ้ง “ธนาคาร” ทันที การแจ้งธนาคารต้นทางที่โอนโดยเร็วที่สุดจะช่วยเพิ่มโอกาสในการกู้คืนเงิน ธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบและติดต่อกับธนาคารปลายทางของผู้รับเงินเพื่อระงับการทำธุรกรรม หากสามารถระงับได้ทันเวลา เงินที่โอนผิดอาจถูกคืนกลับมาได้ การแจ้งธนาคารสามารถทำได้หลายช่องทาง เช่น การโทรศัพท์ไปยังศูนย์บริการลูกค้า การไปที่สาขาธนาคารใกล้บ้าน หรือการใช้แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ


รวบรวม “หลักฐาน” สำคัญ

การรวบรวม “หลักฐาน” เป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อใช้ประกอบการขอกู้คืนเงินที่โอนผิด โดยหลักฐานที่ควรรวบรวม ได้แก่

  • สลิปการโอนเงิน หรือหลักฐานการทำธุรกรรม

  • ข้อมูลบัญชีของผู้รับเงินที่โอนผิด

  • ข้อความหรืออีเมลที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน


“การมี หลักฐาน ที่ครบถ้วนจะช่วยให้ธนาคารสามารถดำเนินการตรวจสอบและติดตามเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การรวบรวมหลักฐานยังช่วยให้มีข้อมูลที่ชัดเจนและสามารถอธิบายสถานการณ์ให้กับธนาคารได้อย่างถูกต้อง การเก็บรักษาหลักฐานในที่ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้ง่ายจะช่วยให้สามารถนำมาใช้ได้ทันทีเมื่อจำเป็น”



“ติดตามผล” อย่างใกล้ชิด

หลังจากแจ้ง “ธนาคาร” และรวบรวม “หลักฐาน” แล้ว ควร “ติดตามผล” การดำเนินการอย่างใกล้ชิด ติดต่อกับธนาคารเป็นระยะเพื่อสอบถามความคืบหน้าและให้ข้อมูลเพิ่มเติมหากจำเป็น การติดตามผลอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ทราบถึงสถานะของการกู้คืนเงินและสามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้ทันทีหากมีความจำเป็น


การ “ติดตามผล” สามารถทำได้โดยการโทรศัพท์ไปยังศูนย์บริการลูกค้า หรือการไปที่สาขาธนาคาร การติดตามผลอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าธนาคารกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อกู้คืนเงินของคุณ โดยผลของการดำเนินการของธนาคาร อาจเป็นไปได้ 3 แบบ

  • ผู้รับยอมโอนเงินคืน ธนาคารจะดำเนินการหักเงินจากบัญชีปลายทางของผู้รับโอน ตามจำนวนเงินที่โอนผิด เพื่อคืนให้กับผู้โอน

  • ผู้รับโอน ไม่ยอมโอนเงินคืน ผู้โอนจำเป็นต้องมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้กระบวนการทางกฎหมาย โดยในช่วงแรกอาจเป็นการให้ธนาคารปลายทางดำเนินการอายัดบัญชีก่อนที่จะดำเนินเรียกร้องเงินต่อไป ซึ่งหากไม่มีคำสั่งทางกฎหมายธนาคารปลายทางก็ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เนื่องจากยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า เป็นการโอนผิด จริงหรือไม่

  • ติดต่อผู้รับโอนไม่ได้ ผู้โอนจำเป็นต้องมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้กระบวนการทางกฎหมาย เช่นเดียวกับกรณีผู้รับไม่ยอมโอนเงินคืน


วิธี “ป้องกัน” การโอนเงินผิดบัญชี

การ “ป้องกัน” การโอนเงินผิดบัญชีเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีสิ่งที่ควรปฏิบัติ ดังนี้

  • ตรวจสอบเลขบัญชีและธนาคารให้ถูกต้อง

  • ตรวจสอบชื่อเจ้าของบัญชี ว่าตรงตามบุคคลที่ต้องการโอนให้หรือไม่

  • ตรวจสอบจำนวนเงินที่โอน ให้ตรงตามยอดที่ต้องการ ก่อนที่จะกดยืนยันการโอน

  • หลีกเลี่ยงการโอนเงิน ในช่วงที่มีความเสี่ยงว่าจะโอนผิด เช่น มีอาการมึนเมา ง่วงนอน


“การโอนเงินผิดบัญชีอาจเป็นเหตุการณ์ที่น่ากังวล แต่ด้วยการจัดการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถกู้วิกฤตได้อย่างรวดเร็ว โดยแจ้งธนาคารทันทีที่รู้ตัว รวบรวมหลักฐานสำคัญ ติดตามผลอย่างใกล้ชิด”


ส่วนจะได้คืนกลับมารวดเร็วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับกระบวนการของแต่ละธนาคาร และความซับซ้อนในแต่ละกรณีไป ซึ่งในฐานะเจ้าของเงินสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือ การให้ข้อมูลตามความเป็นจริงอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และระมัดระวังตนเองในการโอนเงินอยู่เสมอ เพราะหากผู้โอนเงิน “ไม่โอนเงินผิด” ตั้งแต่แรก กระบวนการติดตามต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเลย


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

ราชันย์ ตันติจินดา CFP®