Official Update :

ตราสารหนี้ มีค้ำประกัน vs ไม่มีค้ำประกัน เลือกอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของคุณ?

เวลาพูดถึง “ตราสารหนี้” (Bond) หลายคนอาจคุ้นแค่คำว่า “พันธบัตรรัฐบาล” หรือ “หุ้นกู้เอกชน”


แต่รู้ไหมว่า ตราสารหนี้จริงๆ แล้ว ยังแบ่งได้หลายแบบ และหนึ่งในนั้นคือแบ่งระหว่างตราสารหนี้แบบมีการค้ำประกัน และไม่มีการค้ำประกัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความเสี่ยงและผลตอบแทนของนักลงทุน


การค้ำประกันคืออะไร?

การค้ำประกัน หมายถึงการที่ผู้ออกตราสารหนี้นำทรัพย์สินบางอย่างมาใช้เป็นหลักประกัน ว่าจะชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามสัญญา


ถ้าเกิดผิดนัดชำระหนี้ นักลงทุนสามารถใช้สิทธิ์ขายทรัพย์สินนั้น เพื่อนำเงินกลับคืนบางส่วนได้


ตราสารหนี้ที่ “มีการค้ำประกัน” (
Secured Bond) คืออะไร?

ตราสารหนี้ที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน เช่น ที่ดิน, อาคาร,โรงงาน, หรือเครื่องจักรของบริษัท


หากบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ นักลงทุนมีสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นก่อนผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ


ตัวอย่างของตราสารหนี้ที่มีการค้ำประกัน

  • Mortgage Bond (หุ้นกู้มีหลักทรัพย์จำนอง / ตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน): ใช้ “ที่ดิน อาคาร หรือโรงงาน” เป็นหลักประกัน

  • Collateral Trust Bond (หุ้นกู้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันทางการเงิน): ใช้ “หลักทรัพย์ทางการเงิน” เช่น หุ้นของบริษัทอื่น หรือพันธบัตรรัฐบาล เป็นหลักประกัน


ข้อดี

  • มีความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะมีสินทรัพย์ค้ำประกัน

  • นักลงทุนมั่นใจได้มากกว่าในกรณีเกิดปัญหาทางการเงิน


ข้อควรระวัง

  • มูลค่าหลักประกันอาจลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ

  • ถ้าขายทรัพย์สินได้ยาก อาจใช้เวลานานกว่าจะได้เงินคืน


เหมาะกับใคร

นักลงทุนที่เน้น “ความปลอดภัยของเงินต้น” มากกว่าผลตอบแทนสูง


ตราสารหนี้ที่ “ไม่มีการค้ำประกัน” (
Unsecured Bond หรือ Debenture) คืออะไร?

ตราสารหนี้ที่ไม่ได้มีทรัพย์สินค้ำประกันเลย นักลงทุนจึงต้องอาศัยความน่าเชื่อถือทางการเงินของผู้ออกตราสารเป็นหลัก


ตัวอย่าง

  • หุ้นกู้เอกชนทั่วไป (Corporate Debenture)

  • พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond)


ข้อดี

  • ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้แบบมีค้ำประกัน

  • ผู้ออกตราสารที่มีเครดิตดี เช่น บริษัทใหญ่หรือรัฐบาล มักได้รับความเชื่อมั่นสูง


ข้อควรระวัง

  • ความเสี่ยงสูงกว่า ถ้าผู้ออกตราสารมีฐานะการเงินอ่อนแอ

  • ควรตรวจสอบ “เครดิตเรตติ้ง” (Credit Rating) ทุกครั้งก่อนลงทุน

 
เหมาะกับใคร

นักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น


สรุป

“การค้ำประกัน” คือหนึ่งในตัวแปรสำคัญของการลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารหนี้ที่มีค้ำประกันให้ความมั่นใจและความปลอดภัยมากกว่า ในขณะที่ตราสารหนี้ไม่มีค้ำประกันให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย


ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนในตราสารหนี้ ควรดูทั้ง “เครดิตเรตติ้ง” และ “ลักษณะการค้ำประกัน”


เพราะนั่นคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราสร้างพอร์ตตราสารหนี้ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของเราได้อย่างแท้จริง