Official Update :

“3 เทคนิค”...ลดความเสี่ยงด้วย “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” (Futures)

Wealth EZ: หากคุณเป็นนักลงทุนที่มีปัญหาไม่กล้าตัดสินใจขายหุ้นทั้งที่รู้ว่าตลาดหุ้นปรับตัวลดลง จนทำให้เสียโอกาสหรือทำเกิดผลขาดทุนจำนวนมาก การหา ตัวช่วย” เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าใน ตลาดอนุพันธ์” (TFEX) จะช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้ แต่เนื่องจากการลงทุนในสัญญาฯ มีเงื่อนไขและรายละเอียดที่แตกต่างจากการลงทุนในหุ้น ผู้ลงทุนจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจรายละเอียดต่างๆ และเลือกใช้สัญญาให้ถูกต้อง


1. เลือกประเภทของสัญญาให้เหมาะกับสินทรัพย์ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะอ้างอิงกับสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง เช่น SET50 Index Futures จะอ้างอิงกับดัชนี SET50, Single Stock Futures อ้างอิงอยู่กับหุ้นรายตัวตามรายชื่อที่ประกาศ หรือ Gold Futures อ้างอิงกับราคาทองคำแท่ง 96.5% เป็นต้น


“ดังนั้นหากผู้ลงทุนต้องการลดความเสี่ยงของหุ้นรายตัว ควรใช้สัญญา Single Stock Futures ที่อ้างอิงกับหุ้นที่ตนเองต้องการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น”


2. เน้นลดขาดทุนไม่หวังผลกำไร เนื่องจากสัญญาฯ นั้นใช้เงินลงทุนน้อยแต่สร้างผลกำไรได้ไม่จำกัด จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาใช้ประโยชน์ดังกล่าวในการสร้างความมั่งคั่ง แต่สำหรับวัตถุประสงค์ของการนำสัญญาฯ มาใช้ในการป้องกันความเสี่ยงนั้นจะมุ่งเน้นการ “ลดผลขาดทุน” ไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไร



ยกตัวอย่างเช่น
กรณีที่พอร์ตการลงทุนประกอบไปด้วยหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 หรือมีแนวโน้มการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับดัชนี ผู้ลงทุนสามารถทำการขายสัญญาฯ ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 (SHORT  SET50 Index Futures) ซึ่งหากตลาดหุ้นปรับตัวลดลงตามที่คาดการณ์ผู้ลงทุนจะได้รับกำไรจากการขายสัญญาฯ มาชดเชยพอร์ตการลงทุน แต่หากไม่เป็นไปตามคาดก็จะเกิดผลขาดทุนแต่ได้กำไรจากพอร์ตการลงทุนมาช่วยชดเชย


ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร ผู้ลงทุนจะมีผลขาดทุนลดลงและไม่เกิดกำไร (ตามตาราง)


ระดับดัชนี SET50 ในตลาดและราคาของสัญญาฯ เท่ากัน โดยไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายจากการทำสัญญา


3. ทำสัญญาฯ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอน
เนื่องจากตลาดหุ้นมีเหตุการณ์หรือข่าวที่ไม่แน่นอนตลอดเวลา การป้องกันความเสี่ยงโดยการใช้สัญญาฯ จึงนำมาใช้แค่บางช่วงบางขณะเท่านั้น เช่น ทำสัญญาขายฯ ในช่วงเย็นก่อนตลาดหุ้นไทยปิดทำการ เมื่อคาดการณ์ว่ามีเหตุการณ์กระทบกับตลาดหุ้นอเมริกา ซึ่งจะส่งเมื่อตลาดหุ้นไทยเปิดทำการในวันถัดไป เป็นต้น


เนื่องจากสัญญาซื้อขายฯนั้นมี วันหมดอายุ” ผู้ลงทุนไม่สามารถถือครองสัญญาได้ตลอดเหมือนเช่นการลงทุนในหุ้น ดังนั้นในช่วงเวลาทำการขายสัญญาฯ จึงต้องสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง และเมื่อหากเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านพ้นไปผู้ลงทุนสามารถปิดสถานะการขายสัญญานั้นก่อนวันหมดอายุของสัญญาได้


“นอกจากนั้นแล้วการนำสัญญาฯ มาใช้ ป้องกันความเสี่ยงยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนในกองทุนได้อีกด้วย เช่น ผู้ลงทุนที่มีลงทุนใน กองทุนรวม LTFและต้องถือหน่วยลงทุนจนครบเงื่อนไข หากในช่วงเวลาดังกล่าวตลาดฯ มีความผันผวน ผู้ลงทุนสามารถขายสัญญาฯ เพื่อนำกำไรมาชดเชยกับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นได้”


อย่างไรก็ตามการทำสัญญาขายล่วงหน้ายังมีรายละเอียดเฉพาะเจาะจงที่ผู้ลงทุนต้องศึกษาเพิ่มเติม เช่น การวางหลักประกัน สภาพคล่อง ฯลฯ ดังนั้นก่อนตัดสินใจป้องกันความเสี่ยงผู้ลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจและติดตามแผนการลงทุนของตนเองอย่างใกล้ชิดมากกว่าการลงทุนในหุ้น


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

เสาวนีย์ พงษ์เสนีย์ นักวางแผนการเงิน CFP®