Official Update :

“จ่ายเพื่อสุขภาพ”...ใครว่าไม่สำคัญ ?

Wealth EZ: ทุกท่านเห็นด้วยไหมว่า กระแส “การรักสุขภาพ” กำลังเป็นที่นิยมมากๆ สังเกตได้จากมีการจัดกิจกรรม Running เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งถ้าเรามีสุขภาพที่แข็งแรง ก็อาจจะมีโอกาสเจ็บป่วยน้อยลง ทำให้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่เรารักได้อย่างที่ต้องการ ตรงกันข้ามหากเกิดการเจ็บป่วย แล้วถึงกับต้องรักษาในโรงพยาบาล สิ่งที่ต้องกังวลก็คือ “ค่าใช้จ่ายในการรักษา” เพราะปัจจุบันนี้ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลนั้นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี และหากใครที่เกิดเป็นโรคร้ายแรง ก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ อีกด้วย ซึ่งถ้าใครมีการซื้อ “ประกันสุขภาพ” ไว้ ก็อาจจะพอลดความเดือดร้อนลงได้บ้าง


ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากให้ทุกๆ ท่านสนใจกับ “การดูแลสุขภาพ” ให้มากขึ้น ซึ่งหากต้องการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ก็อาจจะต้องมีรายจ่ายในส่วนนี้บ้าง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียค่าใช้จ่ายที่สูงในอนาคตก็เป็นได้


โดย “รายจ่ายเพื่อสุขภาพ” นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่

1.รายจ่ายเพื่อดูแลสุขภาพตนเอง รายจ่ายประเภทนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นรายจ่ายที่สามารถลดรายจ่ายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในอนาคตได้ ซึ่งได้แก่ ค่าบริการเกี่ยวกับการออกกำลังกาย (ค่า Fitness) ค่าสมัครร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น สมัครแข่งขันวิ่ง รวมถึงค่าอาหารสุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีน หรืออาหารเสริม ก็สามารถทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น


“แต่ถ้าท่านใดสามารถหาสถานที่ออกกำลังกายได้ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเงิน หรือมีการทานอาหารที่ครบหมู่ รายจ่ายเหล่านี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น”


นอกจากนั้น ยังมี “รายจ่ายค่าตรวจสุขภาพประจำปี” ซึ่งควรจะตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อดูว่าตัวเรามีแนวโน้ม หรือความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคใดในอนาคตซึ่งจะทำให้เราตระหนักถึงสุขภาพตัวเองก่อน จะได้มีวิธีการดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม



2.รายจ่ายเพื่อรับรองการรักษาพยาบาลในอนาคต
รายจ่ายประเภทนี้ดูเหมือนจะเป็นรายจ่ายที่อาจจะดูสูญเปล่า แต่ถ้าเป็นเรื่อง “วางแผนการเงิน” แล้ว ก็ถือเป็นรายจ่ายเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการเงินในอนาคตได้อย่างดี เพราะเราคงเคยได้ยินว่า ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารดีๆ ทุกมื้อ ก็ยังมีโอกาสเป็นโรคร้ายแรงได้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทจึงควรจัดการเรื่องรายจ่ายเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต ซึ่งจะมีรายจ่ายที่หลากหลายที่ต้องเตรียม ได้แก่ “ค่าเบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง” ซึ่งทำให้เกิดความสบายใจว่าหากต้องเกิดการเจ็บป่วยหรือโรคร้ายแรงแล้ว เราก็ยังมีบริษัทประกันมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้แทนตัวเรา


หากเราทำวงเงินที่มากพอ ก็อาจจะช่วยปกป้องสถานะทางการเงินของครอบครัวให้ยังคงมั่นคงต่อไปในระยะยาวได้ แม้ว่าอาจจะต้องพบกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงมากๆ ดังนั้นรายจ่ายเกี่ยวกับ เบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงก็คือการวางแผนรายจ่ายที่แน่นอน เพื่อรับรองค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะไม่แน่นอนในอนาคตอีกด้วย


นอกจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเบี้ยประกันสุขภาพแล้ว ยังควรต้องมีการเตรียม “ค่าใช้จ่ายด้านศูนย์ดูแลสุขภาพผู้ป่วย” อีกด้วย เพราะความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรเตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้ “เพียงพอ” เพราะในอนาคต หากเราเองไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ก็ยังพอมีทางเลือกในการใช้บริการศูนย์ดูแลสุขภาพผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งจ้างมาดูแลที่บ้าน หรือไปอยู่ที่ศูนย์นั้นเลยก็มี


“ดังนั้นเรื่อง การวางแผนที่เกี่ยวกับสุขภาพ ในอนาคต คือเรื่องสำคัญที่ทุกๆ คนต้องใส่ใจตั้งแต่วันนี้ และลงมือวางแผนเพื่อบริหารรายจ่ายทั้งสองประเภทได้อย่างเหมาะสม เพราะความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ”


ถ้าเราให้ความสำคัญกับการวางแผนค่าใช่จ่ายในส่วนนี้มากขึ้นเท่าไร โอกาสที่เราจะต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากๆ จนทำให้ฐานะการเงินของเราล้มเหลว ก็จะมีน้อยลง และจากนี้ไป อย่าลืมใส่ใจกับ “ค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพ” กันนะครับ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

สุรกิจ พิทักษ์ภากร นักวางแผนการเงิน CFP®