เปลี่ยน “หนี้ท่วมหัว”...เอาตัวให้รอด !!! (ตอนที่ 1)
Wealth EZ: จาก “หนี้ก้อนเล็ก” ที่หลายๆ คนอาจจะนิ่งนอนใจ ไม่เคยคาดฝันว่าค่างวดเพียงเดือนละไม่กี่พันบาทจะกลายเป็นที่มาของคำว่า “หนี้ท่วมหัว” ได้อย่างไรกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สมัยนี้คำว่าผ่อน 0% หรือโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ที่มาพร้อมกับสินเชื่อส่วนบุคคลรูปแบบต่างๆ มันช่างเย้ายวนใจให้เงินออกจากกระเป๋าของเราอย่างง่ายดายซะเหลือเกิน
“จากหนี้ผ่อนชำระจำนวนไม่กี่พันบาท หลายๆ รายการใช้จ่ายรวมกัน สามารถสะสมจนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ดูแล้วแทบจะหาทางออกไม่เจอ ไม่ว่าจะหารายได้เท่าไหร่ก็ยังไม่พอกับภาระหนี้ที่มีสักที ต่างคน ต่างเหตุผล ต่างภาระหนี้ บ้างก็เพื่อใช้จ่ายส่วนตัว บ้างเพื่อดูแลครอบครัว ลงทุนในธุรกิจ หรือแม้แต่จากการค้ำประกันให้ผู้อื่น”
เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันคนไทยมีภาระการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนโดยเฉลี่ยกว่า 15,000 บาทต่อครอบครัว !! จากข้อมูลการสำรวจของ “ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย” พบว่าจำนวนหนี้เฉลี่ยครัวเรือนในปี2561 เพิ่มขึ้นกว่า 5.8% จนทำให้ภาระหนี้สินครัวเรือนมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือนับตั้งแต่ทำการสำรวจมาเมื่อปี2552 ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นการกู้เงินมาใช้จ่ายทั่วไปมากที่สุด รองลงมาเป็นการกู้มาชำระหนี้เก่า ลงทุนประกอบธุรกิจหรือประกอบอาชีพ และอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ไม่ว่าหนี้ก้อนเล็กหรือหนี้ก้อนใหญ่ เราก็สามารถพิชิตมันได้ โดยมีแนวทางเพื่อเอาตัวรอด จากหนี้ท่วมหัว ดังนี้

- ยอมรับและปรับเปลี่ยน: ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร ขอเพียงใจที่พร้อมจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยเริ่มจากการ “ตั้งสติ” และ “ยอมรับความจริง” ว่าเรามีหนี้ที่ต้องชำระ นอกจากยอมรับแล้ว เราต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง ไม่ว่ามูลหนี้จะมากแค่ไหน มันก็คือปัญหาหนึ่งที่เราต้องแก้ไขและก้าวผ่านไปให้ได้
“โดยเริ่มต้นจดรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ของเราทั้งหมดออกมา เพื่อวางแผนการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพราะอย่าลืมว่าเงินของเราที่จะเอามาชำระหนี้ในแต่ละงวดนั้นถือเป็นทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด”
- จัดระเบียบ: แบ่งหนี้ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มหนี้ที่สร้างรายได้ (“กลุ่มหนี้ดี”) เช่น หนี้จากการซื้อทรัพย์สินเพื่อปล่อยเช่าหรือใช้ในการหมุนเวียนลงทุนทำธุรกิจ และกลุ่มหนี้ที่สร้างแต่ภาระ (“กลุ่มหนี้ไม่ดี”) เช่น หนี้จากการซื้อมือถือเครื่องใหม่ๆ กินเที่ยวช้อปต่าง ๆ จากการแบ่งกลุ่มหนี้ออกมาจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของลักษณะหนี้สินทั้งหมดที่เรามีอยู่
“โดยควรพยายามปิดหนี้ที่ไม่ดีก่อน เนื่องจากหนี้กลุ่มนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์หรือรายได้ให้แก่เราในอนาคต”
- หยุดสร้างหนี้ใหม่: ในขณะที่เรากำลังพยายามหาเงินมาเพื่อจ่ายเจ้าหนี้รายเก่า “หยุดสร้างหนี้ก้อนใหม่” เช่น กู้เงินเพิ่มเพื่อมาผ่อนหนี้เดิม ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหมือนการสร้างภาระหนี้ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันจบสิ้น ลองเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้ในปัจจุบันเพื่อประนอมหรือหาทางออกในการผ่อนจ่ายที่เราพอไหว
- หาแหล่งเงินทุนเพื่อ “รีไฟแนนซ์” หนี้เดิมให้มีต้นทุนต่ำลง: หากเรามีสินทรัพย์ปลอดหนี้บางส่วน เช่น บ้าน รถยนต์ เราสามารถนำสินทรัพย์นั้นมา Refinance เพื่อปิดหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าได้ หรือการรวมหนี้ไว้ในที่เดียวกันเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยหรือค่างวดผ่อนชำระต่ำลง ลองเข้าไปขอข้อมูลและรับคำปรึกษาจากสถาบันการเงินที่ให้บริการด้านนี้หลายๆ แห่งเพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ
“อย่างไรก็ตาม การรีไฟแนนซ์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับช่วยบริหารต้นทุนดอกเบี้ยให้ต่ำลง แต่วิธีนี้ไม่ได้ช่วยทำให้หนี้ของเรานั้นหมดไป เนื่องจากเมื่อรีไฟแนนซ์หนี้ ดอกเบี้ยจากยอดหนี้เดิมจะรวมเป็นเงินต้นใหม่ ส่งผลให้ยอดผ่อนชำระรายงวดอาจไม่ได้น้อยลงมากนักหลังการรีไฟแนนซ์”
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีแนวทางดีๆ อีกหลายข้อสำหรับช่วยจัดระเบียบชีวิตเพื่อ “พิชิตหนี้ท่วมหัว” ซึ่งสามารถติดตามอ่านบทความตอนที่ 2 ได้ในตอนต่อไป
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th
