Official Update :

วิชาใช้เงิน (ฉบับมือใหม่หัดใช้)

วิชาต่างๆ ที่พวกเราฝึกฝนมาตั้งแต่เล็กจนโต ส่วนใหญ่แล้วเป็นวิชาที่ช่วยให้เราสนุกกับการหาเงิน ทำให้เรากลายเป็นคนที่ขยันทำงานกันมากๆ เพื่อที่จะหาเงินได้เยอะๆ แต่หลายคนกลับพบกับความจริงอันเจ็บปวดที่ว่าทำงานหนักมีรายได้เยอะ แต่ก็ยังมีเงินไม่พอใช้ แถมบางคนยังต้องทำงานหาเงินเลี้ยงชีพไปจนวันสุดท้ายของชีวิตวันนี้จึงขอเชิญชวนมาสนุกกับอีกวิชาที่ผู้คนมักหลงลืม วิชาที่สำคัญไม่แพ้วิชาหาเงิน ซึ่งก็คือ วิชาใช้เงิน ค่ะ


เนื้อหาของวิชาใช้เงิน ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ภาคโดยในแต่ละภาคจะมีเกม (Quest) ให้ลองเล่นสนุกกันด้วยค่ะ



วิชาใช้เงิน ภาคที่
1 : แบ่งจ่าย

แบ่งจ่าย ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง แนะนำให้ผ่อนชำระนะคะ แต่หมายถึงการให้เราแบ่ง รายได้ที่ได้มาเป็นก้อน ในแต่ละครั้ง หรือในแต่ละเดือนแจกจ่ายออกเป็นส่วนๆ ใส่กระปุกต่างๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ


1.แบ่งจ่ายใส่ กระปุกแห่งอนาคตหรือจะใครจะเรียกว่ากระปุกแห่งความฝันก็ไม่ผิด โดยตั้งชื่อให้เป็น “กระปุกฝันไกล” (ฝันจะเป็นจริงในอีก 5-10 ปีหรือไกลกว่านั้นก็ได้) และ “กระปุกฝันใกล้” (ฝันจะเป็นจริงในอีก 3-5 ปีข้างหน้า)


ตัวอย่างกระปุกฝันไกล เช่น เราฝันไว้ว่าอยากมีเงินใช้ระหว่างอายุ 60-80 ปี เดือนละ 25,000 บาท โดยไม่ต้องทำงานหาเงินแล้วหลังอายุ 60 ปี ​เราจึงต้องมีเงินเต็มกระปุกเป็นจำนวน 6,000,000บาท ณ วันที่เราอายุ 60 ปี เพื่อใช้ไปอีก 20 ปี (คิดตรงๆ โดยสมมุติว่าโลกนี้ไม่มีเงินเฟ้อ) ระหว่างนี้เราก็ค่อยๆ หยอดเงินเข้ากระปุกนี้ไปเป็นประจำจนเงินเต็มกระปุก


ตัวอย่างกระปุกฝันใกล้ เช่นเราฝันว่าอยากจะมีเงินดาวน์รถใหม่ในอีก 3 ปีข้างหน้า เป็นเงิน 240,000 บาท ระหว่างนี้ทุกเดือนเราก็ต้องแบ่งเงินมาใส่เตรียมไว้ในกระปุกนี้ประมาณ 6,667 บาท ต่อเดือน


2.แบ่งจ่ายใส่ กระปุกขาประจำเตรียมไว้สำหรับทุบกระปุก นำเงินมาจ่ายจริงเมื่อถึงรอบจ่าย ตัวอย่างเช่น กระปุกค่างวดรถเดือนละ 5,000 บาท, กระปุกค่าผ่อนบ้าน เดือนละ 8,000 บาท, กระปุกเบี้ยประกัน ปีละ 300,000 บาท (หรือเดือนละ 25,000 บาท) หรือกระปุกค่าเทอมลูก ซึ่งกระปุกขาประจำก็คือ เงินที่เราเตรียมไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่มาเป็นประจำเท่าๆ กัน ในแต่ละงวดนั่นเอง


3.แบ่งจ่ายใส่ กระปุกขาจร ตัวอย่างของเงินในกระปุกขาจร ก็คือเงินที่ถูกแบ่งไว้เป็น ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า ค่าสนุกสนาน เป็นต้น


4.กระปุกฉุกเฉิน ชื่อก็บอกชัดว่าเราจะทุบกระปุกนี้ได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น ดังนั้นให้นำกระปุกนี้ไปฝังดิน หรือเก็บไว้ห่างๆ อย่างห่วงๆ หากไม่มีเหตุฉุกเฉิน เช่นรายได้ลดลงกระทันหัน เราก็เก็บเงินในกระปุกนี้ให้คงเหลือไว้นิ่งๆ เป็นจำนวนเท่ากับ = (เงินในกระปุกขาจร และกระปุกขาประจำต่อเดือน) x 6 เดือน**หากมีเหตุฉุกเฉินนำเงินไปใช้ ก็ควรจะรีบนำเงินกลับมาเติมกระปุกนี้ให้เต็มโดยเร็วที่สุด


เกมท้ายบทเรียน วิชาใช้เงิน ภาคที่ 1:

  1. จดชื่อกระปุกต่างๆ ของตนเองลงในกระดาษพร้อมประเมินว่าเงินเต็มกระปุกของแต่ละกระปุกคือเท่าไร?

  2. ในแต่ละเดือนควรจ่ายเงินเข้าแต่ละกระปุกเป็นจำนวนเงินกระปุกละกี่บาท เพื่อให้เต็มกระปุกภายในกีปี?

  3. นำรายได้ในแต่ละเดือน มาแบ่งจ่ายใส่กระปุกต่างๆ ตามจำนวน โดยจ่ายให้หมดห้ามเหลือเงินไว้นอกกระปุก



ผู้ชนะในเกมนี้ก็คือผู้ที่สามารถแบ่งเงินที่ได้มาในแต่ละเดือนไปหยอดได้ครบทุกกระปุกตามจำนวนที่กำหนดในข้อ 2 และเมื่อสอบผ่านแล้ว เราก็เข้าสู่วิชาใช้เงินภาค 2 ได้เลยค่ะ





วิชาใช้เงิน ภาคที่
2 : ใช้ให้หมด

หาเงินมาทั้งที ก็ต้องใช้เงิน และจะใช้ทั้งทีก็ต้องใช้ให้หมดด้วย! แต่คำว่า ใช้ให้หมด ในที่นี้ขอให้หมายถึง ใช้เงินในทุกกระปุก ทำงานให้หมด เราทำงานหนักแล้ว ให้เงินช่วยเราทำงานบ้างแต่ก่อนจะใช้เงินให้ทำงานได้ เราต้องศึกษานิสัยของเงินในแต่ละกระปุกกันก่อนค่ะ


“กระปุกแห่งอนาคต หรือกระปุกแห่งความฝัน” นิสัยของเงินในกระปุกนี้ คือขยัน และชอบร้องเพลง รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลองโดยเฉพาะเงินในกระปุกฝันไกล เราสามารถใช้ให้เขาทำงานแบบเสี่ยงได้มากกว่าเงินในกระปุกอื่นๆ เช่นใช้เงินในกระปุกนี้ไปทำงานเป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือไปเป็นกองทุนต่างๆ ในตลาดหุ้น เป็นต้น ส่วนเงินใน “กระปุกฝันใกล้” ก็ให้เขาทำงานแบบ “เสี่ยงต่ำลงมาหน่อย” เช่นให้เขาไปทำงานเป็นหุ้นกู้ หรือไปเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้ เป็นต้น


“เมื่อเรา ให้เงินช่วยทำงานเงินในกระปุกฝันไกลและฝันใกล้ จึงงอกเงยแตกตัวเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ได้เองระหว่างทำงานให้เราผลก็คือเราสามารถมีฝันที่ใหญ่ขึ้น หรือเราสามารถมีจำนวนความฝันที่เยอะขึ้นได้ด้วยเช่นกันค่ะ ทั้งนี้เราต้องศึกษาเพิ่มเติมเรื่องความเสี่ยงในการใช้เงินทำงาน หรือความเสี่ยงในการนำเงินในกระปุกนี้ไปลงทุนนั่นเอง ความรู้ช่วยลดความเสี่ยงได้ เราจึงต้องศึกษาเอกสารการลงทุนด้วยทุกครั้ง หรือมีที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่มีความชำนาญเป็นผู้ช่วยเราดูลาดเลาด้วย”


“กระปุกขาประจำ” เงินในกระปุกนี้เขามีนิสัย ขี้กลัวเพราะเขาขี้กลัว เราจึงใช้เงินในกระปุกนี้ทำงานเสี่ยงมากไม่ได้ตัวอย่างการใช้เงินในกระปุกนี้ทำงาน เช่น เอาเงินในกระปุกนี้ไปทำงานในบัญชีฝากประจำ 6 เดือน บัญชีออมทรัพย์ หรือให้เงินไปทำงานในกองทุนตลาดเงินที่ความเสี่ยงไม่เกินระดับ 3 ซึ่งเราสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ และพอจะมั่นใจได้ว่าเงินต้นไม่หดหายไปอย่างน่าตกใจ เพราะเงินในกระปุกนี้คือเงินที่เราต้องเตรียมไว้ทุบกระปุกออกมาใช้ในระยะเวลา 12 เดือน หรือต่ำกว่านั้น


“กระปุกขาจร” เงินในกระปุกนี้เขามีนิสัย ขี้เกียจ เราจึงใช้เงินในกระปุกนี้ให้ทำงานหนักๆ ไม่ได้ แต่เราจะใช้เขาได้ในแง่ของการนำเงินในกระปุกนี้ไปซื้อความสุขในชีวิตประจำวัน เมื่อเราจัดสรรเงินไว้อย่างดีแล้วในแต่ละกระปุกที่กล่าวมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ เราก็สามารถใช้เงินขี้เกียจในกระปุกนี้ ซื้อความสุขให้เราได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าตอนเล่นเกมท้ายบทเรียนวิชาใช้เงิน ภาคที่ 1 เรายังไม่สามารถมีเงินไปหยอดในกระปุกแรกๆ ได้อย่างเพียงพอเราก็ต้องใช้ใจเราช่วยทำงานแทนเงิน นั่นก็คืออดทน อดกลั้น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดจำนวนเงินที่ต้องหยอดเข้ากระปุกนี้ให้ได้ เงินขี้เกียจไม่ต้องเลี้ยงไว้เยอะก็ได้จริงไหมคะ


เกมท้ายบทเรียน วิชาใช้เงิน ภาคที่ 2 : ลองคำนวณเล่นๆ ว่าในปีที่ผ่านมาเราเพิ่มเงินเข้ากระปุกเงินขยัน เงินขี้กลัว และเงินขี้เกียจ คิดเป็นสัดส่วนเท่าไร? เรามีแผนเพิ่มเงินขยันอย่างไร และมีแผนปฏิบัติการจู่โจม ลดจำนวนเงินขี้เกียจลงได้อย่างไรบ้าง?



วิชาใช้เงิน ภาคที่
3 : จดให้ยับ

“จดให้ยับ” ก็คือการที่เราควรจดบันทึกความเคลื่อนไหวของเงินในทุกกระปุกเอาไว้ทั้งหมด ข่าวดีคือในปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน ต่างๆ มากมายเป็นผู้ช่วยเราได้


กระปุกฝันใกล้ กระปุกฝันไกล และกระปุกขาประจำ: แอปพลิเคชันที่ช่วยเราจดบันทึกความเคลื่อนไหวได้ก็คือ แอปพลิเคชันการลงทุนของสถาบันต่างๆ ที่เราสั่งให้เงินไปประจำการ ทำงานให้เราอยู่นั่นเอง


กระปุกขาจร และตอนทุบกระปุกขาประจำนำเงินออกมาใช้ การจดยับแบบละเอียดยิบ จะช่วยทำให้เราจดจำได้ว่า เรานำเงินไปใช้ซื้อความสุขอะไรบ้าง ซึ่งก็มีแอปพลิเคชันต่างๆ มากมายในมือถือ ที่ช่วยเราจดบันทึกได้อย่างรวดเร็ว และเป็นหมวดหมู่ แนะนำให้จดเมื่อจ่ายในทันทีจะได้ไม่ลืม การจดจะช่วยให้เราคิดหาแผนปฏิบัติการจู่โจม ลดเงินขี้เกียจได้อย่างแม่นยำด้วยค่ะ


บทสรุปพร้อมเกมส่งท้าย: “สนุกกับการหาเงิน” แล้วต้อง “สนุกกับการใช้เงินด้วย” หวังว่า “วิชาใช้เงิน” จะช่วยให้เราสนุกกับการใช้เงินอย่างถูกวิธี เมื่อเราเพิ่มเงินขยัน ลดเงินขี้เกียจได้ เราก็จะมีเงินใช้เพลินๆ ไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน และสำหรับเกมส่งท้ายก็คือ ขอท้าทายให้ทุกคนลองนำวิชาใช้เงินไปใช้จริง ติดตามการทำงานของเงินแต่ละกระปุก และนำวิชานี้ไปบอกต่อค่ะ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

ฉัตรี ชุติสุนทรากุล

นักวางแผนการเงิน CFP®