“ธรรมนูญครอบครัว”...กฎในบ้านที่ช่วยกันทำ (Advance)
จากบทความครั้งที่แล้ว ผู้เขียนเกริ่นนำถึงการจัดทำธรรมนูญครอบครัวไว้ ซึ่งเป็นตัวช่วยจัดการปัญหาความขัดแย้งให้กับครอบครัวที่ทำธุรกิจร่วมกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการด้านการเงินแบบ “กงสี” โดยสามารถจัดทำ “ธรรมนูญครอบครัว” ได้ 2 รูปแบบ
- ทำเป็นบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างครอบครัว ซึ่งถือเป็น ‘Emotional Binding’ โดยจัดทำกันขึ้นมาเอง แต่การยอมรับในธรรมนูญครอบครัวประเภทนี้ อาจจะไม่ยั่งยืน เพราะไม่ได้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด ดังนั้น อาจจะมีเพียงสมาชิกในครอบครัวรุ่นที่เป็นผู้จัดทำและรุ่นที่ 2 รองจากรุ่นแรกที่ยอมรับและปฏิบัติตามกฎในครอบครัวนั้น หลังจากนั้นทายาทรุ่นต่อไปอาจจะไม่ยอมรับ และปฏิบัติตามอีก
- ให้ทางที่ปรึกษากฎหมายเข้ามาช่วยจัดทำธรรมนูญครอบครัว ซึ่งถือเป็น ‘Legal Binding’ การจัดทำธรรมนูญครอบครัวในลักษณะนี้ ที่ปรึกษาทางกฎหมายจะมีบทบาทช่วยวางขอบเขตของธรรมนูญครอบครัว และมีสารบัญกลางในการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งรูปแบบนี้จะเป็นธรรมนูญครอบครัวที่ใช้ปฏิบัติสืบต่อกันให้กับทายาทรุ่นต่อไป จนกว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆ ในภายหลัง
หัวข้อหลักๆ ที่ควรกำหนดนั้น สมาชิกทุกคนต้องช่วยกันเสนอแนวทาง โดยลงรายละเอียดปลีกย่อย เพื่อให้ครอบคลุมอย่างชัดเจน และรัดกุม อาทิเช่น
- โครงสร้างภายในครอบครัว : ระบุจำนวนสมาชิกทั้งหมด จัดทำ ‘Family Tree’ รวมทั้งกำหนดผู้นำของครอบครัว อีกทั้งต้องแยกส่วนโครงสร้างของครอบครัวกับธุรกิจครอบครัวออกจากกันให้ชัดเจน
- แนวทางการดำเนินชีวิต กติกามารยาทในการอยู่ร่วมกันภายในครอบครัว : กำหนดกิจกรรมที่ทำร่วมกันภายในครอบครัว เช่น การรวมตัวกันในวันปีใหม่ วันตรุษจีน ฯลฯ อีกทั้งควรกำหนดข้อห้ามปฏิบัติ และบทลงโทษไว้ด้วย
- การจัดสรรผลประโยชน์ สวัสดิการภายในครอบครัว : ระบุการจัดสรรรายได้ ค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่างๆ ที่ทางครอบครัวจะดูแลให้กับสมาชิกอย่างเท่าเทียมกันเช่น ที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน เงินเลี้ยงดู ค่าจัดงานแต่งงาน งานศพ เป็นต้น
“การจัดทำธรรมนูญครอบครัวให้ได้ผลที่ดีที่สุด และเป็นที่ยอมรับของสมาชิกทุกคนภายในครอบครัวนั้น แนะนำให้จัดทริปพักผ่อน 3 วัน 2 คืน แล้วทุกคนในครอบครัวไปร่วมทำ workshop กัน โดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือ การร่วมกันกำหนดข้อตกลง เพื่อเป็นหลักในการบังคับใช้ ทั้งนี้ การไปพักผ่อนจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรม ผ่อนคลาย มีเวลา และสามารถมองเห็นสิ่งจำเป็นต่างๆ ที่ต้องกำหนดขึ้นมา ทุกคนสามารถแนะนำ โต้เถียง ปรึกษาหารือจนได้กรอบของ ‘ธรรมนูญครอบครัว’ ที่สมาชิกทุกคนยอมรับ และเห็นชอบร่วมกัน จากนั้นจึงนำมาใช้ปฏิบัติภายในครอบครัว”
หากพบว่าธรรมนูญดังกล่าว ยังขาดข้อกำหนดอะไร หรือไม่สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง สามารถนำมาทบทวนแก้ไขได้ตลอด ดังนั้น จึงควรจะระบุตั้งแต่ในครั้งแรกว่า จะทำการทบทวนทุกปี หรือตามแต่สมาชิกจะกำหนด
เมื่อสมาชิกครอบครัวได้ช่วยกันเขียน “ธรรมนูญครอบครัว” ซึ่งเป็นการกำหนดกติกาภายในครอบครัวแล้ว ยังมีเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัว การส่งต่อธุรกิจ และสร้างหลักประกันทางการเงินให้กับสมาชิกรุ่นหลัง แม้จะไม่สามารถใช้ได้ในประเทศไทย เนื่องจากกฎหมายไทยยังไม่รองรับ แต่สามารถไปจัดตั้งในต่างประเทศใกล้เคียง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ได้
เครื่องมือที่กล่าวถึงนี้ คือ การจัดตั้ง “กองทรัสต์” เพื่อใช้ในการ “แบ่งสรรผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกในครอบครัว” โดยทรัสต์มีองค์ประกอบ ดังนี้
1) ผู้ก่อตั้งทรัสต์ (Settlor) ซึ่งก็คือ เจ้าของทรัพย์สินที่มีความประสงค์จะส่งต่อทรัพย์สินของตนให้กับทายาท ซึ่งทรัพย์สินที่จะส่งมอบนั้น มีทั้งทรัพย์สินทางการเงิน หุ้นของบริษัทจำกัดรวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ
2) ผู้ดูแลทรัสต์ (Trustee) มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง และเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จากทรัพย์สินที่ผู้ก่อตั้งโอนให้
3) ผู้รับประโยชน์ (Beneficiaries) ทายาทที่ผู้ก่อตั้งมีความประสงค์ที่จะส่งมอบทรัพย์สินให้ รวมถึงตัวผู้ก่อตั้งเองด้วย
ประเภทของการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินสามารถจำแนกดังต่อไปนี้
- A revocable trust : ทรัสต์ที่ผู้ก่อตั้งสามารถยกเลิก หรือเพิกถอนเมื่อไรก็ได้ และโอนทรัพย์สินคืนกลับไปยังผู้ก่อตั้ง แต่ทรัสต์ประเภทนี้ไม่สามารถช่วยในด้านการบริหารจัดการด้านภาษี และไม่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินจากภาระหนี้สินจากผู้ก่อตั้งได้
“แต่เป็นทรัสต์ที่มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน สามารถเพิ่ม หรือลดผู้รับผลประโยชน์ได้โดยอิสระ และยังสามารถเปลี่ยนสัดส่วนของทรัพย์สินที่จะแบ่งให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ในตอนท้ายได้อีกด้วย”
- An irrevocable trust : ทรัสต์ที่ผู้ก่อตั้งไม่สามารถยกเลิก หรือเพิกถอนได้ เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการได้รับผลประโยชน์การบริหารจัดการด้านภาษี และนำทรัสต์มาใช้เป็นเครื่องมือปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินจากภาระหนี้สินของผู้ก่อตั้ง
“แนวคิดในการจัดตั้งทรัสต์ ถือเป็นองค์รวมในการบริหารทรัพย์สินของครอบครัว โดยมีรากฐานมาจากธุรกิจกงสี สัญญาผู้ถือหุ้น และข้อบังคับบริษัท การจัดทำธรรมนูญครอบครัว ตามมาด้วย ‘Family Holding Company’ รวมถึงการส่งมอบมรดกด้วยพินัยกรรม ครอบคลุมองค์ประกอบทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์ของสมาชิกในครอบครัว จึงเหมาะกับครอบครัวที่มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวนมาก”
เพราะการจัดตั้งทรัสต์ต้องดำเนินการในต่างประเทศ และต้องทำความเข้าใจในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายไทย และประเทศที่จะไปจัดตั้ง อีกทั้งอายุของทรัสต์ส่วนใหญ่จะยาวนาน ประมาณ 99 ปี จึงครอบคลุมสมาชิกครอบครัวอย่างน้อย 4 รุ่น แต่หากสามารถจัดตั้งทรัสต์ได้ จะช่วยลดความขัดแย้งทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครอบครัวอย่างยั่งยืนถาวร โดยมีระบบและกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน
การจัดทำ “ธรรมนูญครอบครัว” หรือ “การจัดตั้งกองทรัสต์” ให้สำเร็จลุล่วงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเป็นเรื่องที่อ่อนไหว แต่หากทำสำเร็จแล้ว จะเป็นข้อตกลงที่ใช้ปฏิบัติในครอบครัวอย่างยั่งยืนถาวร
บทความที่เกี่ยวข้อง : “ธรรมนูญครอบครัว”...กฎในบ้านที่ช่วยกันทำ (Prelim) ; https://www.wealthythai.com/web/contents/WT201200101
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th
