“แม่ทองสุก”ชี้ราคาทองคำของไทย มีลุ้นขึ้นไปเตะ 37,000 บาท แนะนำรอจังหวะซื้อ-ขายทำกำไรเมื่อขึ้น
ราคาทองคำโลกพุ่งแตะระดับ 2,140 ดอลลาร์สหรัฐ ทำจุดสูงสุดใหม่ หลังคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมีแนวโน้มจะลดอัตราดอกเบี้ยกลางปีหน้า รวมถึงสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสยังทวีรุนแรง ช่วยหนุนราคาทองคำไทยให้ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 34,300 บาท เช่นกัน โดยราคาทองคำไทยมีโอกาสจะปรับขึ้นอีกหรือไม่ นักลงทุนที่สนใจควรทำอย่างไร วันนี้ Wealthy Thai มีมุมมองจากผู้ค้ามองมาฝาก
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS) หนึ่งในผู้ค้าทองรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ราคาทองคำโลกเคลื่อนตัวน่าสนใจ ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบประวัติศาสตร์ที่ 2,140 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะถูกแรงเทขายทำกำไรลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียง 2,085 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังคงสูงกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 2,080 ดอลลาร์สหรัฐ
จากปัจจัยหนุนที่ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการคุมเข้มนโยบายการเงิน และอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนมีนาคม ประกอบกับสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยหนุนให้ราคามองคำพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุด
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจทรงตัวไม่ได้มีอะไรพิเศษ ส่วนกองทุนทองคำ SPDR ซื้อทองเข้าอีกประมาณ 2 ,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากมุมมองการลงทุนและเศรษฐกิจที่ไม่สดใส และสงคราม จึงมองว่าราคาทองคำอยู่ในทิศทางขาขึ้น
สำหรับราคาทองคำไทยเช้าวันนี้ (4 ธ.ค.66) ปรับขึ้นไปแตะระดับ 34,400 – 34,500 บาทต่อบาททองคำ ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมองราคาทองคำไทยน่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ประเมินมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 36,000-37,000 บาทต่อบาททองคำ แต่อยู่บนเงื่อนไขว่าค่าเงินบาทต้องไม่แข็งค่ามากไปกว่านี้ เพราะราคาทองคำในตลาดโลกก็ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน จากสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่ยังคงรุนแรง
ประเมินราคาทองคำไทยและราคาทองคำโลก ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น จึงแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และทำการขายเมื่อราคาสูงขึ้น โดยให้แนวรับราคาทองคำไทยที่ 34,000 บาทต่อบาททองคำ แนวต้าน 34,500 บาทต่อบาททองคำ ส่วนราคาทองคำตลาดโลกให้แนวรับที่ 2,075 ดอลลาร์สหรัฐ แนวต้านที่ 2,145 ดอลลาร์สหรัฐ
