รู้หรือไม่? จำกัดการลงทุนแค่ใน “ประเทศไทย”... มี “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ที่ต้องจ่ายเช่นกัน !!!
Wealthy Way: เพราะ “โลกการลงทุน” กว้างใหญ่ไพศาล มีสินทรัพย์และโอกาสการลงทุนให้เลือกอีกมากมายหลายหลาก
“ประเทศไทย” เป็นส่วนหนึ่งและส่วนเล็กๆ ในเศรษฐกิจโลกและตลาดการลงทุนของโลกด้วยเช่นเดียวกัน
“อย่าจำกัด” ตัวเอง ไว้แค่การลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น เพราะอาจทำให้คุณพลาดโอกาสที่ดีในการสร้างความมั่งคั่งของตัวเองไป
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“นักลงทุนสถาบันชั้นนำของไทย”...ขยายเพดาน “ลงทุนต่างประเทศ” มานานแล้ว
หากดูพอร์ตของนักลงทุนสถาบันชั้นนำของไทยอย่าง “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) ปัจจุบันมีเพาดานลงทุนต่างประเทศ “ไม่เกิน 60%” ของสินทรัพย์สุทธิ ซึ่งเป็นผลจากการมองหาโอกาสลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี ซึ่งการลงทุนในไทยเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ จึงมีการขอขยายเพดานการลงทุนต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นนักลงทุนสถาบันที่มีการลงทุนในต่างประเทศมากที่สุดในไทยแล้วในปัจจุบัน
เช่นเดียวกับ “กองทุนประกันสังคม” เองก็เช่นเดียวกัน เพดานลงทุนต่างประเทศปัจจุบัน “ไม่เกิน 35.30%” ของสินทรัพย์สุทธิ ก็เพราะต้องแสวงหาผลตอบแทนที่ดี ซึ่งในไทยอาจไม่เพียงพออีกต่อไปเช่นเดียวกัน
แล้ววันนี้...คุณ “ลงทุนในต่างประเทศ” น้อยเกินไปหรือเปล่า?
ลองสำรวจพอรืตลงทุนของตัวเองดูอีกสักครั้ง

ปัจจุบันโอกาสลงทุนต่างประเทศเปิดกว้าง และไปได้สะดวกง่ายดาย จะผ่านโบรกเกอร์ ผ่านกองทุน ก็ทำได้ง่ายๆ แม้แต่แบงก์ยังมีเงินฝากต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงมาเป็นทางเลือกให้กับผู้ฝากเงินได้เลือกใช้บริการกัน
ปีนี้ “หุ้นไทย” ยังติดลบเล็กน้อยประมาณ -3%
แต่ “หุ้นสหรัฐ” บวกไปแล้ว +10% “หุ้นญี่ปุ่น” +20% ถ้าคุณลงทุนแต่หุ้นไทย นั่นคือ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ที่เกิดขึ้นเช่นกัน
เงินฝากแบงก์ปัจจุบัน อาจจะได้ +1% แต่ไปฝากในสหรัฐอาจได้ถึง 5% (ไม่รวมความเสี่ยงค่าเงิน) ถ้าคุณไปได้ทำไมจะไม่ไป ดอกเบี้ยดีกว่า เครดิตเรทติ้งดีกว่า ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เพิ่มเข้ามาได้
หากมองการลงทุนของนักลงทุนไทยผ่านโครงสร้าง “กองทุนรวม” สิ้นปี23 พบว่า มีการลงทุนในต่างประเทศผ่าน “กองทุนรวมที่ไปลงทุนต่างประเทศ” (FIF) ไม่น้อยประมาณ 20.33% แต่ถ้าเทียบกับกบข. หรือกองทุนประกันสังคมก็ยังน้อยกว่าอยู่ดี
ดังนั้น มีโอกาสที่จะขยับเพดานการลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นได้อีกพอสมควร
“ที่น่าสนใจ คือ เงินเกษียณใน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ (PVD) เองนั้น กลับมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่ต่ำมากเพียง 1.7% เท่านั้น ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เงินเกษียณของสมาชิกโตไม่เพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณที่ตั้งใจกันไว้ด้วยเช่นกัน”
ทางแก้ง่ายๆ คือ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศได้ด้วยตัวเอง ผ่าน “กองทุนรวม” หรือกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ซึ่งสามารถทำได้ทันที โดยกระจายไปในสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเหมาะสม เพราะหากยังคงจำกัดการลงทุนส่วนใหญ่ไว้ในประเทศไทยนั้น อาจกลายเป็น “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ในการสร้างความมั่งคั่งให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณไปได้นั่นเอง
