ส่อง 5 วิธีลงทุนทองคำ แบบไหนที่ใช่…สไตล์คุณ?

ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “ทองคำ” มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักลงทุน เพราะถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ที่มีมูลค่าค่อนข้างมั่นคง สภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ง่าย และมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว


นักลงทุนจำนวนไม่น้อยจึงเลือกถือทองคำไว้ในพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังสนใจทองคำ อาจยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี Wealthy Thai จึงมี “5 วิธีลงทุนในทองคำ” แบบเข้าใจง่ายมาฝาก


1.ซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ

วิธีนี้เป็นรูปแบบการลงทุนที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด นักลงทุนที่เลือกวิธีนี้มักจะเข้าไปซื้อที่ร้านทอง โดยเลือกระหว่างทองคำแท่งที่เน้นเรื่องการลงทุน กับทองรูปพรรณที่อาจมีคุณค่าเชิงความงามควบคู่กันไปด้วย เมื่อซื้อแล้วสามารถเก็บไว้เองหรือฝากร้านทองดูแลให้ก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่ากำเหน็จ (ในกรณีที่เป็นทองรูปพรรณ) หรือค่าฝากเก็บถ้าไม่ต้องการเก็บไว้เอง ข้อดีของวิธีนี้คือเราสามารถขายคืนได้ง่ายเมื่อต้องการใช้เงิน เพราะร้านทองส่วนใหญ่รับซื้อกลับเสมอ


2.ซื้อทองคำผ่านแอปพลิเคชัน

ปัจจุบันการลงทุนทองคำสามารถทำได้ง่ายมากขึ้นด้วยการซื้อผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง เช่น MTL Gold (แม่ทองสุก), GCAP Gold (จีแคป), Get Gold (YLG) และ Gold Wallet (ธนาคารกรุงไทย) เป็นต้น นักลงทุนไม่ต้องถือทองคำจริง แต่สามารถซื้อขายได้ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือแบบเรียลไทม์ โดยราคาทองคำจะอิงกับตลาดโลกเหมือนทองคำแท่ง ข้อดีคือสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา และสามารถเริ่มต้นได้แม้มีเงินเพียงหลักร้อยหรือหลักพัน เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าถึงการลงทุนโดยไม่ต้องเดินเข้าร้านทอง


3.ลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำ

หากคุณเป็นนักลงทุนที่ไม่ถนัดติดตามราคาทองคำด้วยตัวเอง หรืออยากให้มืออาชีพบริหารจัดการเงินให้ การลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะนำเงินของนักลงทุนไปซื้อทองคำแท่งในต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในกองทุนทองคำระดับโลก เช่น SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ถือครองทองคำจริงในสัดส่วนสูง ผู้ลงทุนสามารถซื้อกองทุนนี้ผ่านโบรกเกอร์ต่างๆ ได้ แต่ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุน เพราะจะมีผลต่อผลตอบแทนในระยะยาว


4.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

สำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และเข้าใจกลไกราคาในตลาดการเงิน การซื้อขาย Gold Futures บนตลาดอนุพันธ์อย่าง TFEX คืออีกหนึ่งวิธีที่ให้ผลตอบแทนสูงในระยะสั้น เพราะเป็นการซื้อขายสัญญาที่อิงกับราคาทองคำล่วงหน้า โดยไม่ต้องใช้เงินเต็มจำนวนในการซื้อ แต่ต้องวางเงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) ประมาณ 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญาไว้กับโบรกเกอร์อนุพันธ์ เพื่อเป็นเงินมัดจำก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย


หากราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดไว้ ก็สามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ในทางกลับกัน ถ้าคาดเดาราคาผิดทางก็อาจขาดทุนหนักได้เช่นกัน จึงต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ และการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เหมาะกับนักเก็งกำไรที่มีเวลาติดตามตลาดแบบใกล้ชิด


5.ลงทุนในหุ้นเหมืองทอง หรือ กองทุน ETF ทองคำ

อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจคือการลงทุนโดยตรงผ่านการซื้อหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทองคำ เช่น บริษัทเหมืองทองคำระดับโลก หรือเลือกลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ เช่น SPDR Gold Trust หรือ iShares Gold Trust ซึ่งราคาหลักทรัพย์เหล่านี้มักเคลื่อนไหวตามราคาทองคำในตลาดโลก


วิธีนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีพอร์ตหุ้นอยู่แล้ว และต้องการกระจายการลงทุนไปยังทองคำในรูปแบบของสินทรัพย์ทางการเงิน พร้อมควบคุมการบริหารจัดการพอร์ตด้วยตนเอง


Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 19 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 20 hours ago
Follow Us