Official Update :

ทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ รับโอกาส Fed ลดดอกเบี้ย โบรกฯ ชี้สิ้นปี 68 ลุ้นแตะ 3,800 ดอลลาร์ แนะทยอยสะสม แต่ระวังความผันผวนระยะสั้น

ทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนกันยายน 2025 โดยแตะระดับ 3,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งแรงขับเคลื่อนมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการที่นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักเดิมพันต่อการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ใกล้เข้ามา ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า หรือความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางนโยบายและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงแรงซื้อจากธนาคารกลางและการไหลเข้าของกองทุน ETF ที่กลับมาเพิ่มขึ้น


ราคาจะขึ้นต่อหรือไม่?

แม้ทองจะปรับตัวขึ้นมาสูงมากแล้ว แต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มทองคำ


โดย UBS ปรับเป้าสิ้นปี 2025 ขึ้นเป็น 3,800 ดอลลาร์ และคาดกลางปี 2026 ราคาจะอยู่ที่ 3,900 ดอลลาร์ ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการผ่อนคลายนโยบาย Fed และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเสริมว่าการถือครอง ETF อาจกลับไปแตะระดับสูงสุดเดิม


ส่วน Goldman Sachs คงมุมมองเชิงบวก โดยคาดราคาเป้าหมายอยู่ที่ 3,700 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2025 และ 4,000 ดอลลาร์ ภายในกลางปี 2026 โดยนักวิเคราะห์ชี้ถึงแรงซื้อจากธนาคารกลางที่แข็งแกร่ง และหากนักลงทุนรายย่อยหันมาถือทองเพิ่มมากขึ้น ก็มีโอกาสที่ราคาจะพุ่งสูงยิ่งกว่าเดิม


ขณะที่ ANZ Research ปรับคาดการณ์ขึ้น โดยคาดว่าทองจะไปถึงระดับ 3,800 ดอลลาร์ สิ้นปี 2025 และอาจแตะ 4,000 ดอลลาร์ ภายในมิถุนายน 2026 โดยให้เหตุผลจากการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุน การซื้อทองต่อเนื่องของธนาคารกลาง และดอลลาร์ที่อ่อนค่า


สุดท้าย J.P. Morgan ชี้ว่าความเสี่ยงยังคงเอียงไปทางขาขึ้น แม้เส้นทางอาจผันผวน โดยระบุว่าเมื่อ Fed ใกล้ลดดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคยังมีอยู่ ราคาทองยังมีโอกาสขยับขึ้นต่อ แม้ในลักษณะผันผวน


เวลานี้ยังเป็นโอกาสเข้าซื้อที่ดีหรือไม่?

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าแนวโน้มระยะยาวยังเป็นบวก แต่เรื่องของ “จังหวะ” มีความสำคัญ โดย UBS, ANZ และ Goldman Sachs ต่างเห็นว่าพื้นฐานมหภาคและแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงหนุน ทำให้นักลงทุนสามารถทยอยสะสมได้แม้ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม J.P. Morgan เตือนว่าราคาทองมักมีความผันผวนและการย่อตัว โดยเฉพาะช่วงประกาศนโยบาย


ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาเข้าใหม่ กลยุทธ์ที่สมดุลอาจเหมาะสมที่สุดคือ เข้าลงทุนบางส่วนตอนนี้เพื่อจับกระแสราคาขาขึ้น แต่เก็บเงินสดไว้เผื่อจังหวะราคาย่อที่จะเป็นโอกาสเข้าซื้อที่น่าสนใจกว่า ทั้งนี้ UBS แนะนำให้ถือทองในสัดส่วน “เลขตัวเดียว” ของพอร์ต เพื่อรับโอกาสดีโดยไม่ให้เสี่ยงมากเกินไป