"หนี้ครัวเรือนไทย" พุ่งแตะ 86.8% GDP… พบ “กู้” เพื่ออุปโภคบริโภคสูงสุด 77% เผยปี25 หนี้เฉลี่ยพุ่ง 7.4 แสนบาท/ครัวเรือน “สูงสุด” ในรอบ 4 ปี !!!
Wealthy Way: รู้หรือไม่?...“หนี้ครัวเรือนไทย” พุ่งแตะ 86.8% GDP…ส่วนใหญ่ 77% ใช้ไปเพื่อ “การอุปโภคบริโภค” เป็นสำคัญ
“ปัญหาหนี้” ถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของครัวเรือนและกระทบมาถึงภาพเศรษฐกิจโดยรวมด้วย
แม้การ “ก่อหนี้” ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี แต่ขึ้นกับว่าหนี้ที่ก่อนั้น เป็น “หนี้ที่ดี” หรือ “หนี้ที่ไม่ดี” ด้วย
ถ้าเป็น “หนี้ที่ดี” ไปต่อยอดสร้างรายได้ ก็ไม่น่าห่วง แต่ถ้าเป็น “หนี้ที่ไม่ดี” กู้มาใช้แบบนี้ก็อาจกระทบกับฐานะการเงินของตัวเองได้เช่นกัน
แล้ว “หนี้ครัวเรือนไทย” ที่อยู่ระดับสูงนั้น “กู้” ไปใช้อะไรกันบ้าง วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกัน
"หนี้ครัวเรือนไทย" พุ่งแตะ 86.8% GDP…พบ “กู้” เพื่ออุปโภคบริโภคสูงสุด 77%
สำหรับ “หนี้ครัวเรือนไทย” ล่าสุดอยู่ประมาณ 16.31 ล้านล้านบาท คิดเป็น 86.8% GDP ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงจนน่ากังวล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการกู้ไปใช้ที่สำคัญ ประกอบด้วย
1.เพื่ออุปโภคบริโภค: มูลค่า 12.58 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 77% แยกย่อยได้เป็น
-
เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์: มากสุด 7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 45%
-
อุปโภคบริโภคส่วนบุคคล: รองลงมา 4.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 39%
-
ซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์:3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 11%
2.เพื่อประกอบอาชีพ: มูลค่า 2.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 18%
3.อื่นๆ: มูลค่า 8.4 แสนล้านบาท คิดเป็น 5%

“ม.หอการค้าไทย” เผยปี25 หนี้เฉลี่ยพุ่ง 7.4 แสนบาทต่อครัวเรือน สูงสุดในรอบ 4 ปี
โดย “อุมากมล สุนทรสุรัติ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ บอกว่า ครัวเรือนไทยกว่า 46.3% ไม่มีเงินออมฉุกเฉิน และสำหรับเงินออมส่วนใหญ่ลดลงจากปีก่อน โดยโครงสร้างหนี้ของครัวเรือนไทยมาจาก “หนี้ในระบบ” 65% และ “หนี้นอกระบบ” 35% โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิต รองลงมาคือหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่า “ข้าราชการ” มีหนี้จากยานพาหนะสูงสุด “แรงงานรับจ้าง” และ “พนักงานเอกชน” มีหนี้บัตรเครดิต “เจ้าของกิจการ” มีหนี้ที่อยู่อาศัย และ “เกษตรกร” มีหนี้จากสินเชื่อเพื่อการเกษตรมากที่สุด
“การใช้บัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคลส่วนใหญ่เพื่อนำไปใช้จ่ายอุปโภคบริโภค รองลงมาคือซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในการประกอบธุรกิจ และซื้อสินค้าคงทน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรายได้ที่ไม่เพียงพอและการพึ่งพาเงินกู้เพื่อดำรงชีพ”
ด้าน “รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยเผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนต่อเนื่องมากว่า 10 ปี โดยมีสัดส่วนสูงกว่า 80% ของ GDP ปี2024 ครัวเรือนไทยมีหนี้เฉลี่ย 600,000 บาท แต่ปี2025 ตัวเลขพุ่งขึ้นเป็น 740,000 บาทต่อครัวเรือน สูงที่สุดในรอบ 4 ปี ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพสูง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
“ม.หอการค้าไทยเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน ควบคู่กับการสร้างรายได้และการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจในระยะยาว”
ท่ามกลาง “สงครามตะวันออกกลาง” ส่งผลต่อราคาน้ำมันและก๊าซ กระทบเป็นลูกโซ่สู่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ปรับตัวสูงขึ้น ย่อมกระทบต่อความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ตามมาด้วยเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่ “ภาครัฐ” ไม่ควรนิ่งนอนใจและหามาตรการรับมือเอาไว้แต่เนิ่นๆ
