“PRINCIPAL DEF” คัดเน้นๆ “หุ้นไทย”... “พื้นฐานดี-ปันผลเด่น” ฝ่าตลาดผันผวน !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งเป็นการลงทุนในหุ้นที่เป็น “จุดเด่น” ของตลาดหุ้นไทย ปีนี้ “หุ้นไทย” ทะยานขึ้นมาใกล้ระดับ 1,600 จุดแล้ว แต่ยังคงมี “อัตราเงินปันผล” ที่น่าสนใจ 4.01% (ที่มา: set.or.th, วันที่ 4 มิ.ย. 26)
ที่สำคัญ ราคาก็ยัง “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E ที่ 15.49 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.62 เท่า เล็กน้อย ในขณะที่คาดการณ์กำไรบจ.ปีนี้จะโต +5.46% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 29 พ.ค. 26)
ถ้าจะลงทุน “หุ้นไทย” ธีม “หุ้นปันผลสูง” จึงเป็นอีกธีมที่น่าสนใจเลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นไทย” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“PRINCIPAL DEF” คัดเน้นๆ “หุ้นไทย-ปันผลเด่น” ฝ่าตลาดผันผวน
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “PRINCIPAL DEF: กองทุนเปิดพรินซิเพิล หุ้นปันผล” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.พรินซิเพิล’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2555 ที่มีนโยบายลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
โดยกองทุนมีนโยบาย “ปันผล” นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา จ่ายปันผลไปแล้ว 8 ครั้ง รวม 9.085 บาท/หน่วย

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘PRINCIPAL DEF’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบไปด้วย
-
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 21.53%
-
พลังงานและสาธารณูปโภค 18.37%
-
ธนาคาร 10.60%
-
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 8.82%
-
พาณิชย์ 7.08%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) DELTA 18.94%, 2) GULF 7.36%, 3) PTT 6.92%, 4) ADVANC 6.23% และ 5) AOT 4.11% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘PRINCIPAL DEF’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.84% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 3.78% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 14.57% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.18% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -26.19%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท เท่านั้น ส่วน “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดเอาไว้แต่ประการใด สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

ทั้งนี้ ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Principal TH
สำหรับนักลงทุนที่ยังชื่นชอบ “หุ้นไทย” ธีม “หุ้นปันผลสูง” ถือเป็นทางเลือกและเป็น “ทางรอด” ที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ในช่วงตลาดผันผวนก็ยังมีกระแสรายได้ในรูป “เงินปันผล” คืนกลับมาในระหว่างที่ลงทุนอยู่ และหากตลาดพลิกฟื้นก็ไม่พลาดโอกาสที่จะปรับขึ้นตามตลาดได้เช่นเดียวกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
