“TLDIVFOCUS” โฟกัสหุ้นไทย “พื้นฐานดี-ปันผลเด่น”... ฝ่า “ตลาดผันผวน” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่งระยะยาว” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี รวมถึงมีแนวโน้มที่จ่ายเงินปันผล
ปีนี้ “หุ้นไทย” กลับมาสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น บวกไปแล้ว +22.91% (SET TRI +26.79%) ขยับมาอยู่ใกล้ 1,600 จุด แล้ว พร้อม “เงินต่างชาติ” ที่ยังไหลเข้าปีนี้กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญยังเป็นตลาดที่มี “อัตราเงินปันผล” ที่ดี 4.11% (ที่มา: setsmart.com, วันที่ 25 มิ.ย. 26)
ปัจจุบันราคาก็ถือว่า “ไม่แพง” มี Forward12M P/E 15.51 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.63 เท่า และคาดการณ์เติบโตของกำไรปี26/25 ประมาณ +5.79% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 19 มิ.ย. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นไทย” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“TLDIVFOCUS” โฟกัสหุ้นไทย “พื้นฐานดี-ปันผลเด่น”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “TLDIVFOCUS: กองทุนเปิดทาลิส DIVIDEND STOCK FOCUS” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.ทาลิส’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2560 มีนโยบายลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี รวมถึงมีแนวโน้มที่จ่ายเงินปันผล ตามหลักเกณฑ์คัดเลือกที่บริษัทจัดการกำหนด
ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบาย “ปันผล” นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา จ่ายปันผลไปแล้ว 3 ครั้ง รวม 0.62 บาท/หน่วย

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘TLDIVFOCUS’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 29 พ.ค. 26) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
ธุรกิจการเงิน 37.77%
-
ทรัพยากร 16.53%
-
บริการ 15.80%
-
เทคโนโลยี 10.92%
-
อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 10.68%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) KBANK 7.59%, 2) WHAUP 7.48%, 3) KTB 7.38%, 4) ADVANC 6.94% และ 5) WHA 6.77% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘TLDIVFOCUS’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ -0.20% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.72% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15.03% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.98% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.89%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
นักลงทุนที่กำลังสนใจกองดังกล่าวก็สามารถลงทุนโดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท เท่านั้น ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำ “ไม่กำหนด” ไว้แต่ประการใด โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทาลิส จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้น และยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่าน TalisAM Online และแอพพลิเคชั่น Streaming Fund+
สำหรับใครที่ยังชื่นชอบการลงทุนใน “หุ้นไทย” การโฟกัสในกลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะถือเป็น “จุดเด่น” ของตลาดหุ้นไทยเองด้วย ที่สำคัญหากกำไรบจ.กลับมาเติบโตได้ดีกว่าคาด การจะเห็น “หุ้นไทย” ไปไกลกว่านี้ในรยะกลาง-ยาวก็มีเช่นเดียวกัน ท่ามกลางความผันผวนลงทุนในหุ้นที่ “พื้นฐานดี-ปันผลเด่น” ก็ช่วยให้ลงทุนได้สบายใจในระหว่างที่ลงทุนได้เช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
