Official Update :

รู้หรือไม่? “ไทย” แค่มีกลิ่นอายของ “Stagflation”... ยังคงมี 2 ต่ำ “เงินเฟ้อต่ำ-ศก.โตต่ำ” แห่งอาเซียน !!!

Wealthy Way: รู้หรือไม่?...Stagflation” คือ ภาวะที่ “เศรษฐกิจโตช้า” และ “เงินเฟ้อสูง” ไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาเศรษฐกิจที่แก้ไขได้ยากและไม่มีประเทศไหนอยากเจอ


โดยเฉพาะ “สงคราม” ตะวันออกกลางที่ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนว่าจะยุติลงเช่นไร ยังกดดันราคา “น้ำมันโลก” ให้ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ที่จะตามมาด้วยราคาสินค้าและบริการทั่วโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นตามมา


อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวตลาดยังมองว่าเป็นภาวะ “ชั่วคราว” เท่านั้น และจะไม่ส่งผลให้ “เงินเฟ้อ” ทรงตัวสูงอย่างที่กังวลแต่ประการใด


แต่ก็ประมาทไม่ได้ และทุกประเทศยังคงต้องจับตาใกล้ชิดกันต่อไป โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม “อาเซียน” ที่ส่วนใหญ่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันยิ่งต้องระวัง


“เงินเฟ้อ” และ “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” ของประเทศในกลุ่ม “อาเซียน” เป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


“ไทย” แค่มีกลิ่นอายของ “
Stagflation”…ยังอยู่ “Safe Zone” แห่ง “อาเซียน”

หนึ่งในมาตรการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 2 แสนล้านบาท นั้น ใกล้จบเดือนแรกพบว่า มีคนที่ไม่ได้ใช้สิทธิและคนที่ใช้สิทธิไม่เต็มจำนวนอยู่พอสมควร สะท้อนภาพปัญหา “หนี้ครัวเรือนที่สูง” ของไทยในขณะที่รายได้ถดถอยได้เป็นอย่างดี และนั่นอาจทำให้ประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าวอาจไม่มากอย่างที่คาดกันเอาไว้ก่อนหน้า


อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทาง “ธ.แห่งประเทศไทย” (BOT) ยังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี2026 และ 2027 จะขยายตัวได้ที่ 2.3% และ 1.8% ตามลำดับ โดยมีแรงส่งที่ดีกว่าคาดจากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น


ส่วน “อัตราเงินเฟ้อทั่วไป” ปี2026 และ 2027 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม เฉลี่ยที่ 2.8% และ 1.4% ตามลำดับ โดยอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี26 จะปรับสูงกว่ากรอบเป้าหมายตามการส่งผ่านราคาพลังงานและต้นทุน ก่อนจะปรับลดลงในปี27 หลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลายและผลของฐานสูงในปีก่อน



ปัจจุบัน (ณ พ.ค. 26) “เงินเฟ้อ ของประเทศกลุ่ม “อาเซียน” มีดังนี้

  • “บรูไน” เงินเฟ้อ 0.1% (GDP Growth 4.5%)       

  • “สิงคโปร์” 1.8% (GDP Growth 6.0%)       

  • “มาเลเซีย” 2.0% (GDP Growth 5.4%)       

  • “ไทย” 2.8% (GDP Growth 2.8%)       

  • “อินโดนีเซีย” 3.1% (GDP Growth 5.6%)

  • “เวียดนาม” 5.6% (GDP Growth 7.8%)

  • “กัมพูชา” (* เม.ย. 26) 5.8% (GDP Growth 6.0%)       

  • “ฟิลิปปินส์”  68% (GDP Growth 2.8%)

  • “ลาว” 9.0% (GDP Growth 4.3%)       

  • “เมียนมา”  N/A (GDP Growth -1.0%)


“ทั้งนี้จะพบว่าไทยมี เงินเฟ้อ ต่ำเป็น อันดับ4 ของอาเซียน เช่นเดียวกับเศรษฐกิจก็โตต่ำเช่นเดียวกัน ยังถือว่าอยู่ใน ‘Safe Zone’ แค่มีกลิ่นอายของ ‘Stagflation’ เท่านั้น ต่างจาก ฟิลิปปินส์ และ ลาว ที่จะเข้านิยามมากกว่า แต่ก็ประมาทไม่ได้และต้องจับตาดูใกล้ชิดต่อไป ในช่วงเดือนมิ.ย.26 ที่ผ่านมา อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ เป็น 2 ประเทศที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่ สิงคโปร์ ปรับลดดอกเบี้ยลง”


สิ่งที่น่ากังวลประเด็นหนึ่งคือ สภาพที่กลืนไม่เข้า-คายไม่ออก หาก “สงคราม” ยืดเยื้อจนราคาน้ำมันโลกทรงตัวในระดับสูง ทำให้ “เงินเฟ้อ” กลับมาอยู่ในโซนสูงต่อเนื่อง ในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว สถานการณ์ปัจจุบันยังต้องจับตาดูใกล้ชิด แต่ที่มั่นใจได้ว่า...ปลอดภัย ยังไม่เป็น “Stagflation” แน่ในตอนนี้

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’