Official Update :

“บลจ.กรุงศรี” มองครึ่งหลังปี26 ตลาดยัง “ผันผวน” แนะสร้างพอร์ต “สมดุล” คว้าโอกาสโตจาก “AI” พร้อมขยับพอร์ตสู่ “หุ้นเชิงรับ” เพิ่มเติม ให้เป้า “หุ้นไทย” ปีนี้ดีสุด 1,700 จุด !!!

          สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี26 กันบ้าง ท่ามกลางตลาดที่ยังคง “ผันผวน” มีโอกาสการลงทุนอะไรซ่อนตัวอยู่บ้าง

            แม้ตลาดมี “ความไม่แน่นอนสูง” จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางดอกเบี้ย แต่ก็มีแนวโน้ม "เป็นบวกอย่างระมัดระวัง" (Constructive with High Volatility)

จากปัจจัยพื้นฐานจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

            “โอกาสการลงทุน” ไม่ได้กระจาย หากแต่ต้อง “โฟกัส” มากขึ้น !!!

            ทาง “บลจ.กรุงศรี” ได้จับชีพจรลงทุนช่วงครึ่งหลังปี26 มาฝากกัน ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปอัปเดตข้อมูลพร้อมๆ กันได้เลย

ให้น้ำหนัก “ตราสารหนี้” Neutral…แนะ “กองตราสารหนี้โลก” มีโอกาสสร้างผลตอบแทนดีกว่า

โดย “พรทิพา หนึ่งน้ำใจ” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ บลจ.กรุงศรี บอกว่า บริษัทยังคงมุมมองการลงทุนในตราสารหนี้ที่ระดับ "Neutral" โดยในในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ “ตราสารหนี้” กลับเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน “แย่สุด” เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น ต่างจากปีก่อนหน้าที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างดีจากทิศทาง “ดอกเบี้ยขาลง” ต่างจากปีนี้ที่มุมมองดอกเบี้ยเปลี่ยนจากที่เคยคาดว่า “ธ.กลางสหรัฐ” (Fed) จะปรับตัวลดลงได้ปีนี้กลับเปลี่ยนเป็นโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ก่อนที่จะมีโอกาสปรับลดลงเกือบ 2 ครั้งในปลายปีหน้า ทุกครั้งที่ตลาดมีการ Sell off” เป็นโอกาสลงทุนใน “กองตราสารหนี้โลก” โดยเฉพาะ “กองตราสารหนี้ US”



 (พรทิพา หนึ่งน้ำใจ)

“อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่า Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้เพราะเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเติบโตแข็งแกร่งสูงกว่า 2% ตั้งแต่พ้น Covid-19 เมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาอื่นๆ และเงินเฟ้อยังแข็งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่วางเอาไว้ นั่นอาจทำให้ดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น แต่โอกาสจะขึ้นดอกเบี้ยก็จำกัด เพราะราคาน้ำมันตอนช่วงปิดช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ระดับไม่เกิน 100 – 120 ดอลลาร์/บาเรล ทำให้ภาพดอกเบี้ยทั่วโลกชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปและมีแนวโน้มจะปรับตัวลงได้ในช่วงปลายปี27 ดังนั้น กองตราสารหนี้โลกโดยเฉพาะ กองตราสารหนี้ US’ ยังน่าสนใจ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่ากองตราสารหนี้ในประเทศ”

ขณะที่ “ดอกเบี้ยไทย” เอง โอกาสขึ้นมีจำกัดเช่นกันและการดำเนินนโยบายของ “ธ.แห่งประเทศไทย” (BOT) ก็จะแตกต่างออกไป ตราบเท่าที่เศรษฐกิจไทยยังโตไม่ถึงระดับศักยภาพที่ 2.7% บริษัทคาดว่า BOT ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ถึงสิ้นปีนี้และตลอดทั้งปีหน้า และยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามหากมีวิกฤติเกิดขึ้น BOT ก็มีโอกาสจะปรับดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 0.75% ในปีหน้าได้เช่นกัน

“กองตราสารหนี้ตราสารตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการความผันผวน อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยของตราสารหนี้ไทยยังน่าสนใจกลุ่ม กองตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าได้”


 

มองบวก “หุ้นไทย” ชูจุดเด่นเรื่อง “ปันผล”...พร้อมให้เป้าปีนี้ “กรณีดีสุด” ที่ 1,700 จุด

          ส่วน “หุ้นไทย” ปี26 เป็นหนึ่งในตลาดที่สร้างผลตอบแทนได้อย่าง “โดดเด่น” ของโลกเลยทีเดียว

“ฑลิต โชคทิพย์พัฒนา” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.กรุงศรี บอกว่า บริษัทยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใน “หุ้นไทย” โดยประเมินว่าตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แนวโน้มเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย นอกจากนี้ การยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในไตรมาสที่1/26 ยังอยู่ในระดับสูงกว่าที่ประเมินไว้ และประมาณการกำไรต่อหุ้น (SET EPS) ปี26 ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นจากต้นปี 1.3% มาอยู่ที่ 96.87 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนของการเติบโตเชิงโครงสร้าง และความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ราคาอาหาร และอัตราเงินเฟ้อ


 (ฑลิต โชคทิพย์พัฒนา)

“ปีนี้สถานการณ์มีความชัดเจนและดีขึ้น ตลาดหุ้นไทยจึงเริ่มฟื้นตัว และกลับมาแตะระดับ 1,600 จุดอีกครั้ง ถือเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะตลาดฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วและมาแบบไม่ทันตั้งตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพัฒนาการที่ดีของตลาดหุ้นไทยเองในเรื่องกำไรบจ.ที่มีการปรับเพิ่มคาดการดีขึ้น แต่ต้องจับตาดูความต่อเนื่องในไตรมาสที่2/26 ต่อเนื่อง อีกส่วนเป็นอานิสงส์จากการที่ ‘หุ้นอินโดนีเซียสะดุด ทำให้มีเงินลงทุนบางส่วนไหลเข้ามาในไทยแทน ตลาดหุ้นไทย ‘จุดเด่น ยังเป็น อัตราเงินปันผลสูงไม่ใช่เรื่องของการเติบโต บริษัทมองเป้า SET Index ปีนี้กรณีดีสุด (Best) ที่ 1,700 จุด (กรณีฐาน 1,620 จุด, กรณีแย่สุด 1,400 จุด)”  

 

“การลงทุนต่างประเทศ” ยังน่าสนใจ...พร้อมเปิด 3 ธีมเด่นครึ่งหลังปี26

          โดย “จาตุรันต์ สอนไว” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กรุงศรี บอกว่าด้านการลงทุนในกองทุนต่างประเทศแม้จะมีความกังวลที่ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและภาวะสงครามในตะวันออกกลาง แต่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นยังมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้ดี จากกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งนำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทั้งนี้ 3 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง ได้แก่


                                                                               (จาตุรันต์ สอนไว)

  1. Defensive Shock Absorber: ช่วยป้องกันความเสี่ยงขาลง (ลดผลกระทบการขาดทุน) ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน กองทุนแนะนำได้แก่ กลุ่ม Healthcare + Short Fixed Income
  2. Stability & Sustainable Growth: มุ่งเน้นไปที่บริษัทคุณภาพสูงที่มีงบการเงินแข็งแกร่ง และมีผลกำไรที่เติบโตอย่างยืดหยุ่นมั่นคง กองทุนแนะนำ ได้แก่ กลุ่ม WORLD Index, KFGDIV
  3. Growth Engine with the Highest Upside: “AI” ยังเป็นธีมการลงทุนที่โดดเด่นที่สุด เนื่องจากพื้นฐานหุ้นกลุ่มนี้ยังคงแข็งแกร่งมาก การลงทุนทางด้าน AI ยังคงเติบโตต่อเนื่อง กำลังก้าวเข้าสู่เฟสถัดไป จากช่วงเวลาของการลงทุน สู่ช่วงการสร้างรายได้และผลกำไรที่เป็นรูปธรรม กองทุนแนะนำ ได้แก่ กลุ่ม Global Tech, Chines

“การลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง ยังวนเวียนอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลให้ราคาพลังงานและสินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนเพิ่มขึ้น 2) ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ และ 3) แรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีหลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี


 

แนะจัดพอร์ตสายกลาง “หุ้น 50% - ตราสารหนี้ 50%”…การลงทุนต่างประเทศ เพิ่ม “กอง Unhedge” ได้ถึง 50%

          ปิดท้ายด้วย “เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่งานกลยุทธ์การลงทุน บลจ.กรุงศรี ที่บอกว่า สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี26 ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง แนะนำให้กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยจัดสรรเงินลงทุนใน “หุ้น” 50% และ “ตราสารหนี้” 50% ครอบคลุมการลงทุนทั้งในหุ้นโลก หุ้นเทคโนโลยี หุ้นจีน หุ้นปันผล และกลุ่มเฮลท์แคร์ ควบคู่กับการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมลงทุนใน “กองทุนประหยัดภาษี” ทั้ง RMF และ Thai ESG เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี


 (เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์)

          “ครึ่งหลังปี26 เราให้น้ำหนัก หุ้น’ Neutral พอร์ตความเสี่ยงปานกลางมีหุ้น 50% แนะใช้กลยุทธ์ ‘Core&Satellite’ โดยใช้ กองทุนดัชนีหุ้นโลก เป็น Core ส่วน ตราสารหนี้อีก 50% แนะลงตราสารหนี้ระยะสั้น 10% เพื่อรอจังหวะลงทุนในหุ้น อีก 20 – 25% ลง กองตราสารหนี้ไทย ดอกเบี้ยยังน่าสนใจ ส่วนการลงทุนต่างประเทศในภาพรวมแนะให้กระจายสู่กอง Unhedge เพิ่มขึ้น 50%”

          ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี26 ของทาง “บลจ.กรุงศรี” ที่ยังมองบวกธีม “AI” ที่ยังมีโอกาสการเติบโตที่สูง ในจังหวะปรับฐานเป็น “โอกาสการลงทุน” พร้อมแนะนำให้กระจายพอร์ตการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่ม “Defensive” เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนเพิ่มเติมนั่นเอง

ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
“ชาตรามือ” แบรนด์สุดเก๋า ที่บอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยผ่านใบชา
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
TSD ยอมรับช่องโหว่ระบบ ทำข้อมูลนักลงทุนหลุด 2 แสนราย ยืนยันระบบเทรด-พอร์ตหุ้นยังปลอดภัย เตือนอย่ากดลิงก์แปลก ป้องกันถูกหลอกซ้ำ
Updated 16 hours ago
Fun of Funds
“บลจ.กรุงศรี” คงเป้า AUM ปี26 ที่ 7.2 แสนลบ. ... มองครึ่งปีหลังตลาดยัง “ผันผวน” ชูธีม “AI” เด่นสุด ส่วน “ศก.ไทย” ต้องจับตา “การบริโภคเอกชน” ใกล้ชิด !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
WHA-AMATA ร่วง กังวลรัฐคุมลงทุน Data Center แต่โบรกฯ มองระยะยาวเป็นบวก หุ้นไทยใน Supply Chain ได้ประโยชน์
Updated 1 day ago
News Highlight
BLC ส่ง ‘ไพลวาน่า’ ลุยสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง หนุนศึก ‘King of Fight’ เจาะคนรุ่นใหม่บาดเจ็บจากออกกำลังกายพุ่ง คาดดันกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยโตเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us