สนุกกับการ “เล่นเกม”...พร้อมเรียนรู้ ‘การบริหารการเงิน’ & ‘การลงทุน’ ไปพร้อมๆ กัน !!!
หากเอ่ยถึง “เกมกระดาน” หรือ “บอร์ดเกม (Board Game)” ที่สอนแนวคิดด้านการบริหารการเงิน และการลงทุนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก นอกเหนือไปจาก “เกมเศรษฐี (Monopoly Game)” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย “Elizabeth J. Magie” ภายใต้การจดลิขสิทธิ์ของพี่น้องตระกูลพาร์คเกอร์ (Parker Brothers) และ “เกมชีวิต พลิกอนาคต (The Game of Life)” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย “Milton Bradley” ภายใต้การจดลิขสิทธิ์ของค่าย Hasbro ซึ่งจัดว่าเป็น 2 เกมกระดานยอดฮิตด้านการเงิน และการลงทุนแบบมหาอมตะนิรันดร์กาลแล้ว
เชื่อว่า อีกเกมหนึ่งที่หลายๆ คนคงต้องนึกถึงก็คือ “เกมกระแสเงินสด (Cashflow Game)” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยนาย “Robert T. Kiyosaki” ผู้เขียนหนังสือซีรี่ย์ชุด “พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad)” ซึ่งประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกกันอย่างแน่นอน
“เนื่องจากเป็นเกมกระดานประเภทหนึ่ง จึงทำให้ ‘เกมกระแสเงินสด’ มีลักษณะคล้ายคลึงกับเกมเศรษฐีตรงที่ต้องอาศัยการทอยลูกเต๋าเพื่อใช้ในการเล่นเกม โดยผู้เล่นจะได้รับการ์ดอาชีพที่บอกถึงอาชีพ รายรับ และรายจ่ายในแต่ละเดือน ตลอดจนสินทรัพย์ และหนี้สินที่เป็นตัวแทนของผู้เล่นคนดังกล่าว หลังจากนั้นจึงเริ่มเล่นเกมด้วยการสลับกันทอยลูกเต๋าเพื่อเดินในแต่ละรอบ หากเดินไปตกลงในกระดานเกมช่องใดก็ต้องทำตามคำสั่ง หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ระบุไว้ในช่องนั้น”
ซึ่งผู้เล่นจะได้เรียนรู้ถึงการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย รวมถึงงบการเงินส่วนบุคคลโดยผ่านคำสั่ง หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารการเงินของตน ตลอดจนได้เรียนรู้ในเรื่องการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หุ้นสามัญ โลหะมีค่า หรือการลงทุนในธุรกิจต่างๆ เมื่อได้รับโอกาส
สำหรับรูปแบบการเล่น ตลอดจนกฎกติกาของเกมถูกออกแบบมาให้ล้อตามแนวคิดในเรื่องการพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายที่สำคัญในชีวิต ซึ่งก็คือ การมี “อิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom)” ตามที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือซีรีย์ชุดพ่อรวยสอนลูกนั่นเอง โดยการเล่นจะแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ

-
ส่วนที่เป็นสนามแข่งหนู ซึ่งเปรียบเสมือนกับการดำเนินชีวิตตามปกติในทุกๆ วันของคนที่มีงานประจำทำ ทั้งนี้ ผู้เล่นต้องพยายามพาตัวเองออกจากสนามแข่งหนูให้ได้ด้วยการสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ให้มากกว่ารายจ่าย แน่นอนว่า หากผู้เล่นสามารถออกจากสนามแข่งหนูได้ก็แสดงว่า ผู้เล่นคนดังกล่าวได้รับอิสรภาพทางการเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
-
ส่วนที่เป็นทางด่วน ก็จะเปรียบเสมือนการต่อยอดความมั่งคั่งให้แก่คนที่ได้รับอิสรภาพทางการเงินแล้วนั่นเอง
“ทั้งนี้ ‘เกมกระแสเงินสด’ ได้ถูกพัฒนาขึ้นหลากหลายเวอร์ชั่น โดยมีตั้งแต่เวอร์ชั่นสำหรับเด็ก (Cashflow for Kids) เวอร์ชั่นมาตรฐาน (Cashflow101) จนถึงเวอร์ชั่นเสริมในระดับก้าวหน้า (Cashflow202) นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาเกมกระแสเงินสดนี้ขึ้นมาในรูปแบบของ Software Game เพื่อใช้สำหรับเล่นบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในรูปแบบของ E-game สำหรับใช้เล่นในระบบ On-line ผ่านทางอินเตอร์เน็ต และในรูปแบบของ Application สำหรับใช้เล่นบนมือถือได้อีกด้วย”
สำหรับประเทศไทยเองนั้น “เกมกระแสเงินสด” เริ่มต้นเปิดตัวในปี พ.ศ. 2545 ภายใต้การจัดจำหน่ายของ “บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)” โดยเป็นเวอร์ชั่นมาตรฐาน และถูกแปลเป็นฉบับภาษาไทยเพื่อให้เหมาะสม และง่ายกับผู้เล่นชาวไทยที่อาจมีปัญหาในเรื่องของภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาหลักสูตรการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโดยใช้เกมกระแสเงินสดนี้ขึ้นภายใต้ชื่อหลักสูตร “Get Rich Quick” แม้ว่ากระแสความแรงของหนังสือพ่อรวยสอนลูกในขณะนั้น จะทำให้ในช่วงแรกๆ มีผู้ให้ความสนใจในเกมกระแสเงินสดเป็นอย่างมาก
“อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน ผลจากการที่ตัวเกมเองมีราคาค่อนข้างสูง และค่าธรรมเนียมในการอบรมก็ค่อนข้างแพง ประกอบกับการที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการชักชวนให้เข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย เนื่องจากได้มีบริษัทธุรกิจเครือข่าย (Multi-level Marketing: MLM) หลายๆ แห่งเริ่มนำเอาการฝึกอบรมเกมกระแสเงินสดมาใช้เพื่อดึงดูดให้ผู้ที่สนใจเล่นเกมเข้าไปร่วมธุรกิจด้วย จึงส่งผลให้กระแสความแรงของเกมกระแสเงินสด และหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการโดยใช้เกมกระแสเงินสดนี้ในประเทศไทยลดลงไปโดยปริยาย”
อย่างไรก็ตาม ในยุคที่กระแสการเล่น “เกมกระดาน” หรือ “บอร์ดเกม” กำลังกลับมาได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น “เกมกระแสเงินสด” ก็ได้รับการกลับมาพูดถึงกันมากยิ่งขึ้นอีกครั้ง และยังถูกนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนทั้งใน “ระดับมัธยม” และ “อุดมศึกษา” อีกด้วย จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจจะเรียนรู้เรื่อง “การบริหารการเงิน” และ “การลงทุน” ควบคู่ไปกับ “ความสนุกสนาน” จากการเล่นเกมได้เป็นอย่างดีครับ
