ซีไอเอ็มบี ไทย มองค่าเงินบาท ยิ่งอ่อนค่าดันราคาสินค้าน้ำมันแพงมากขึ้น หวังการท่องเที่ยว -ส่งออกช่วยพยุงเศรษฐกิจ
แม้การอ่อนค่าของค่าเงินบาทจะยิ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีความหวังจากการฟื้นตัวของเครื่องยนต์หลักอย่างการท่องเที่ยวและส่งออก ซึ่ง “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มีมุมมองเชิงบวกว่า แม้ไทยจะมีปัญหาในเรื่องของเงินเฟ้อแต่ยังมีปัจจัยบวกจากการเปิดเมือง ที่หนุนให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว และช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคยังพอมีกำลังซื้ออยู่
โดยดร.อมรเทพ ให้มุมมองกับ Wealthy Thai ว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะยิ่งกดดันเงินเฟ้อให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งการปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้านำเข้าให้ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะน้ำมัน ปิโตรเคมี อาหารสัตว์ และวัสดุก่อสร้างต่างๆ จะยิ่งราคาแพงขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่าค่าเงินบาทอาจไม่อ่อนค่าแรงมากนัก ซึ่งต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแรงกดดันแค่ไหน แต่หากเทียบกับภูมิภาคค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าเหมือนกับค่าเงินอื่นๆ ในภูมิภาค
ราคาสินค้าที่สูงขึ้นกระทบผู้บริโภคแค่ไหน
ราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นย่อมกระทบกับค่าครองชีพของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มขนส่ง ต้นทุนราคาสินค้าค้าปลีกทั้งหลายจะขยับขึ้นตาม กลุ่มวัสดุก่อสร้างซึ่งเป็นกลุ่มที่เราต้องนำเข้า ราคาก็จะขยับสูงตาม กลุ่มอาหารสัตว์ กลุ่มนี้จะเกี่ยวข้องกับราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ กระทบเนื้อหมูซึ่งใช้บริโภคภายในประเทศ ในส่วนของเนื้อไก่อาจไม่กระทบรุนแรง เพราะมีการส่งออกค่อนข้างมากผู้ประกอบการอาจผลักภาระให้กับผู้ประโภคนอกประเทศได้ ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรม
ค่าเงินบาทอ่อนเป็นบวกกับผู้ประกอบการบางกลุ่ม
ผมมองว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าไม่ได้เป็นผลเสียอย่างเดียว ปัจจุบันเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของไทยที่ยังติดอยู่คือ การส่งออกและการท่องเที่ยว ขณะที่การบริโภคกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ในส่วนของการลงทุนยังไม่ฟื้นตัวจากความเชื่อมั่น ดังนั้นจึงต้องหวังพึ่งการส่งออกและท่องเที่ยวให้เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพราะฉะนั้นค่าเงินบาทอ่อนค่า อาจเป็นผลบวกให้กับกลุ่มของผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการแข่งขันและใช้ทรัพยากรในประเทศเป็นหลัก กลุ่มนี้น่าจะได้ประโยชน์ เช่น กลุ่มสินค้าเกษตร ยางพารา อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งทอ ดังนั้นแนะนำว่าหากผู้ประกอบการหาตลาดต่างประเทศและสามารถใช้วัตถุดิบในไทยได้ น่าจะยังพอเป็นทางรอดในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศโตช้า
ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างไร
ผมเชื่อว่าไตรมาส 2/65 เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตประมาณ 2% ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/65 ที่โต 2/2% จากปัจจัยการเปิดเมืองที่เร็วกว่าที่เราคาด เดิมเราคาดรัฐบาลจะเปิดเมืองในเดือนก.ค. 65 แต่เลื่อนมาเร็วขึ้นในเดือนมิ.ย. 65 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ธีมการเปิดเมืองน่าจะสานต่อในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้นประเมินเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตได้ประมาณ 4% โดยการฟื้นตัวที่เร่งแรงในครึ่งปีหลังจากการเปิดเมืองจะทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่าง โรงแรม ร้านอาหาร และขนส่ง ได้ประโยชน์ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้น่าจะไม่ได้กังวลกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น เพราะเป็นปัจจัยที่เห็นแนวโน้มต่อเนื่องมาจนถึงครึ่งปีหลังอยู่แล้ว โดยเฉพาะไตรมาส 3/65 ที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะถึงจุดพีค แต่เรายังเชื่อว่าด้วยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวตามการเปิดเมือง น่าจะช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคพอมีกำลังซื้ออยู่ แต่ยังต้องจับตาธนาคารกลางแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ที่ส่งสัญาณการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเราคาดว่าจะปรับขึ้นในช่วงไตรมาส 3/65 เพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อจากอุปสงค์
ปัจจุบันเรายังคงตัวเลขประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ 3.1% แต่อาจมีการพิจารณาปรับประมาณการอีกครั้งหากแบงก์ชาติปรับตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจาก 3.2% เป็น 3.3% เพื่อตอบรับการเปิดเมือง
