Official Update :

เปิดประเทศเต็มสูบ พาตลาดท่องเที่ยวฟื้น

Krungthai COMPASS มองว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทยในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2565 จะมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นจากการเข้าสู่ช่วง High Season นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าและการที่ภาครัฐมีนโยบายขยายระยะเวลาพำนักของชาวต่างชาติที่เดินทางมายังไทยจากเดิมสูงสุดไม่เกิน 30 วัน เป็น 45 วัน จะทำให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวเร่งขึ้นมาอยู่ในระดับ 1.5 ล้านคนต่อเดือน ส่งผลให้ทั้งปี 2565 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 10.2 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 25% จากระดับ 39.9 ล้านคนในปี 2562 เท่านั้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มหลักยังไม่สามารถกลับมาเดินทางได้ปกติ


ขณะที่ในปี 2566-2567 คาดว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยจะมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจนตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ในระดับ 21.4 และ 34.7 ล้านคน โดยมีปัจจัยบวกหลักมาจากความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่สะสมมานานกว่า 2-3 ปี รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเริ่มกลับมาได้ในช่วงปี 2566 ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาสู่ระดับปกติได้ประมาณช่วงปลายปี 2567 เนื่องจากประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ ที่ปัจจุบันเริ่มทยอยมีการเปิดประเทศมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม เป็นข้อสังเกตว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565-2566 จะยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 39.9 ล้านคนค่อนข้างมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะใกล้ ซึ่งมีการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปค่อนข้างน้อย ซึ่งยังกดดันให้ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และส่งผลต่อเนื่องให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในอนาคต อีกทั้งต้นทุนทางธุรกิจยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากค่าแรงงานขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ท่ามกลางภาวการณ์แข่นขันที่รุนแรง


ดังนั้น ภาคธุรกิจอาจต้องปรับตัวโดยการลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อกระจายความเสี่ยง หรือทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ เช่น กลุ่ม Wellness Tourism ที่มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปค่อนข้างสูง หรือกลุ่ม Digital Nomad ที่เข้ามาพำนักเพื่อการทำงานผ่านระบบดิจิทัล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ อีเมล ฯลฯ) ซึ่งมีระยะเวลาเข้าพักนานกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป รวมถึงพยายามเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อลดต้นทุนลง ก่อนที่ภาคการท่องเที่ยวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงปลายปี 2567