Official Update :

ศูนย์วิจัยกรุงไทยชี้! แม้ปี 66 จะมีเลือกตั้ง แต่เม็ดเงินลงทุนภาครัฐอาจไม่ได้สูงเท่าเมื่อก่อน แรงหนุนเศรษฐกิจมาจากท่องเที่ยว ดัน GDP โต 3.4%

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS คาดเศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัว 3.4% จากภาคท่องเที่ยวเป็นหลัก ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 22.5 ล้านคน ด้านส่งออกขยายตัวเพียง 0.7% เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ชี้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังไม่หมด ดันอัตราดอกเบี้นโยบายปีนี้แตะระดับ 2%


ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะเติบโตที่ 3.4% ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2565 ที่จะขยายตัว 3.2% โดยแรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากภาคการท่องเที่ยว คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 22.5 ล้านคน หรืออาจมากกว่านี้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ภายหลังการเปิดประเทศและผ่อนคลายนโยบาย Zero Covid


ช่วง 11 เดือนแรกของปี 65 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัว 22% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด Covid-19 และคาดจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ศูนย์วิจัยฯ คาดการณ์ไว้ราว 22.5 ล้านคนนั้น คาดว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนมาณ 4.8 – 5 ล้านคน ดร.พชรพจน์ กล่าว


ขณะที่การส่งออกปีนี้ คาดจะชะลอตัวเหลือเพียง 0.7% จากปี 2565 ที่ขยายตัว 7% จากผลกระทบเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะยุโรป สหรัฐ จีน และญี่ปุ่น ที่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะถดถอย อย่างไรก็ตาม การที่เศรษฐกิจไทยเดินหน้าด้วยเครื่องยนต์เดียวจึงทำให้ฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่


นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อสูงจะยังไม่หมดไปเนื่องจากภาคธุรกิจยังต้องรับมือกับการเปลี่ยนผ่านด้านต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีจะยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้คาดว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.25% ในปี 2565 ขึ้นสู่ระดับ 2% ในปี 2566 และอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงสุด (Terminal rate) อาจอยู่ที่ 2.5% ในปี 2567 เป็นยุคดอกเบี้ยขาขึ้นเต็มตัวของประเทศไทย


สำหรับค่าเงินบาทยังเผชิญความผันผวนจากการคาดการณ์นโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยคาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ในช่วง 33.75-36.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ


ส่วนปัจจัยด้านการเมือง ที่เริ่มเห็นความชัดเจนของการเลือกตั้งมากขึ้นนั้น ประเมินว่าแรงขับเคลื่อนจากเม็ดเงินลงทุนภาครัฐอาจไม่ได้ออกมาเยอะ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาภาครัฐใช้งบลงทุนในช่วง Covid-19 ค่อนข้างมาก ทำให้คาดว่าการอัดฉีดเม็ดเงินอาจไม่เท่าเดิม รวมถึงเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มฟื้นตัวแล้ว


ทั้งนี้ ในปี 2566 จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะนำพาเศรษฐกิจไทยไปอยู่ในจุดที่ไม่คุ้นเคย ภายใต้โลกใหม่ที่มีความผันผวนและซับซ้อนมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนผ่าน หรือ Transition สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะชะลอตัว เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ภาคการท่องเที่ยว การเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นของไทย และการเปลี่ยนผ่านท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านทั้ง 5 ด้านมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เป็นได้ทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับภาคธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับอุปสรรคในการปรับตัวเข้าบริบทโลกใหม่ที่ใส่ใจกับเรื่อง climate change และความยั่งยืน อาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จากการปรับธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในยามที่ต้นทุนอื่นๆ ก็สูงขึ้นรอบด้านทั้งดอกเบี้ย ค่าไฟ และค่าแรง แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้น ผู้ประกอบการที่ปรับตัวจะมองเห็นลู่ทางธุรกิจใหม่ๆ มีโอกาสเติบโตแม้ในยามที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us