เปิดรายชื่อหุ้นได้-เสียประโยชน์ รับราคาน้ำมันดิบลดลง
หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI หลุดระดับ 77 ดอลลาร์ หรือลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลาย หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสมีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ทำเนียบขาว
ซึ่งแน่นอนการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ วันนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปเปิดตัวอย่างรายชื่อของหุ้นไทยที่ได้-เสียประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงไปพร้อมกัน
หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง
กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ : การลดลงของราคาน้ำมันทำให้ต้นทุนการขนส่งลดลง ส่งผลดีต่อผลกำไรของบริษัท เช่น AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), AAV บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน), PSL บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน)
กลุ่มการผลิตไฟฟ้า : ราคาน้ำมันที่ต่ำลงทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลง ส่งผลดีต่อผลกำไรของบริษัท เช่น GULF บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), EGCO บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงาน : อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมากๆ เช่น ปิโตรเคมีและโรงงานอุตสาหกรรม ได้รับประโยชน์จากต้นทุนการผลิตที่ลดลง เช่น PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), IRPC บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
หุ้นที่เสียประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง
กลุ่มพลังงานและน้ำมัน : การลดลงของราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทในกลุ่มพลังงาน เช่น PTT บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), PTTEP บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
กลุ่มการผลิตและจำหน่ายน้ำมัน : บริษัทที่ผลิตและจำหน่ายน้ำมัน เช่น ปั๊มน้ำมันได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง เช่น BCP บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
ข้อมูลอิงตามผลกระทบทั่วไปจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และอาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นด้วย

