กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ชี้ตลาดสินเชื่อบุคคลปี 69 ส่อติดลบ พิษตะวันออกกลาง–ค่าครองชีพพุ่งกดดัน รุกบัตรกดเงินสด ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่โต 5%
กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ประเมินตลาดสินเชื่อปี 2569 ส่อแววติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากปัจจัยลบสงครามตะวันออกกลาง-ค่าครองชีพพุ่ง กดดันกำลังซื้อกลุ่มแมส เตรียมส่งบัตรกดเงินสดโฉมใหม่ ชูจุดเด่นผ่อนจ่ายได้ทุกที่ที่มีสัญลักษณ์ VISA ตอบโจทย์พฤติกรรมดิจิทัล-ช่วยบริหารกระแสเงินสดให้ลูกค้า พร้อมกางแผนเติบโตสวนกระแส ตั้งเป้ายอดสินเชื่อปล่อยใหม่โต 5% และขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่ม 10% หรือกว่า 2 แสนบัญชีในปีนี้
นายอธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2569 มีแนวโน้มจะติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่สาม หลังจากที่ในปีที่ผ่านมาตลาดหดตัวไปประมาณ 3.7% และมียอดสินเชื่อคงค้างในระบบลดลง 3.4% แม้ในช่วงไตรมาสที่ 4/68 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว แต่ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค
โดยข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในเดือนมกราคม 2569 ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลติดลบไปแล้วประมาณ 2% ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลเนื่องจากปกติเดือนมกราคมควรจะเป็นช่วงที่สถานการณ์ดีขึ้น หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและเกิดภาวะเงินเฟ้อสูง ตลาดสินเชื่อบุคคลอาจหดตัวรุนแรงไปถึงระดับ 4.2% หรืออาจแตะ 5% หากตัวเลข GDP ของประเทศหดตัว
“ปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตของตลาดในปีนี้ คือ ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมัน ไข่ไก่ และแนวโน้มการค่าไฟฟ้าที่อาจสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคระดับแมส (Mass Consumer) โดยตรง นอกจากนี้การสิ้นสุดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น โครงการช้อปดีมีคืนในช่วงต้นปี ยังส่งผลให้การตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ของลูกค้าในไตรมาส 1/69 ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” นายอธิป กล่าว
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/69 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่มีการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจสูง แต่ในปีนี้อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนอาจชะลอการเดินทางหรือลดงบประมาณในการจับจ่ายใช้สอยลง
ขณะเดียวกันในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและมีวินัยทางการเงินมากขึ้น สวนทางกับความเชื่อที่ว่าเศรษฐกิจไม่ดีจะทำให้คนกู้เงินเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริงพบว่าความถี่ในการขอสินเชื่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากลูกค้าเริ่มควบคุมภาระหนี้ของตนเอง อย่างไรก็ตาม ยอดเงินกู้ต่อครั้งกลับปรับตัวสูงขึ้นเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในสภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ภาพรวมการชำระหนี้ในระบบยังคงมีทิศทางที่ดีขึ้นจากการที่ลูกค้าพยายามรักษาประวัติทางการเงิน
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันการเติบโตท่ามกลางสถานการณ์ตลาดสินเชื่อที่มีความท้าทาย กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมดิจิทัลของลูกค้า โดยรุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดตัว “บัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์” โฉมใหม่ เพิ่มความสะดวก ด้วยบริการหลากหลายในบัตรเดียว ทั้งกดเงินผ่านแอป UCHOOSE หรือผ่านตู้ ATM โดยไม่มีค่าธรรมเนียมกดเงินสดล่วงหน้า 3% และบริการผ่อนยาว 0% ที่ร้านค้าพันธมิตรมากกว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศ และบริการใหม่ จ่ายผ่อนได้ทุกที่ที่มีสัญลักษณ์ VISA ผ่านวงเงินสินเชื่อ และผ่อนออนไลน์ได้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ
นอกจากนี้บริษัทยังมีการสร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญการตลาดต่างๆ โดยจากการทดสอบตลาดในช่วงแรก กลุ่มลูกค้าเดิมของบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ได้ทยอยรับบัตรใหม่แล้วตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่า ลูกค้าให้ความสนใจใช้บริการใหม่ โดยมีการทำรายการเพิ่มขึ้นกว่า 180,000 รายการ หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาท
จากสิทธิประโยชน์ที่โดดเด่นของบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ใหม่ รวมถึงแคมเปญสื่อสารการตลาด บริษัทคาดว่าจะช่วยสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจ โดยตั้งเป้าปี 2569 ยอดสินเชื่อบุคคลปล่อยใหม่ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์จะเติบโต 5% จากปีก่อน และมีจำนวนลูกค้าใหม่เติบโต 10% หรือราว 200,000 บัญชี จากปัจจุบันที่มีจำนวนลูกค้ารวมประมาณ 2 ล้านบัญชี
อย่างไรก็ตาม หาก GDP ของประเทศหดตัว ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลอาจเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ (Worst Case) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องติดตามมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลชุดใหม่อย่างใกล้ชิด ว่าจะมีโครงการใดเข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการใช้จ่ายให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้งหรือไม่ นายอธิป กล่าวปิดท้าย
นายอธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2569 มีแนวโน้มจะติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่สาม หลังจากที่ในปีที่ผ่านมาตลาดหดตัวไปประมาณ 3.7% และมียอดสินเชื่อคงค้างในระบบลดลง 3.4% แม้ในช่วงไตรมาสที่ 4/68 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว แต่ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค
โดยข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในเดือนมกราคม 2569 ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลติดลบไปแล้วประมาณ 2% ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลเนื่องจากปกติเดือนมกราคมควรจะเป็นช่วงที่สถานการณ์ดีขึ้น หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและเกิดภาวะเงินเฟ้อสูง ตลาดสินเชื่อบุคคลอาจหดตัวรุนแรงไปถึงระดับ 4.2% หรืออาจแตะ 5% หากตัวเลข GDP ของประเทศหดตัว
“ปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตของตลาดในปีนี้ คือ ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมัน ไข่ไก่ และแนวโน้มการค่าไฟฟ้าที่อาจสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคระดับแมส (Mass Consumer) โดยตรง นอกจากนี้การสิ้นสุดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น โครงการช้อปดีมีคืนในช่วงต้นปี ยังส่งผลให้การตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ของลูกค้าในไตรมาส 1/69 ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” นายอธิป กล่าว
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/69 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่มีการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจสูง แต่ในปีนี้อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนอาจชะลอการเดินทางหรือลดงบประมาณในการจับจ่ายใช้สอยลง
ขณะเดียวกันในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและมีวินัยทางการเงินมากขึ้น สวนทางกับความเชื่อที่ว่าเศรษฐกิจไม่ดีจะทำให้คนกู้เงินเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริงพบว่าความถี่ในการขอสินเชื่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากลูกค้าเริ่มควบคุมภาระหนี้ของตนเอง อย่างไรก็ตาม ยอดเงินกู้ต่อครั้งกลับปรับตัวสูงขึ้นเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในสภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ภาพรวมการชำระหนี้ในระบบยังคงมีทิศทางที่ดีขึ้นจากการที่ลูกค้าพยายามรักษาประวัติทางการเงิน
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันการเติบโตท่ามกลางสถานการณ์ตลาดสินเชื่อที่มีความท้าทาย กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมดิจิทัลของลูกค้า โดยรุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดตัว “บัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์” โฉมใหม่ เพิ่มความสะดวก ด้วยบริการหลากหลายในบัตรเดียว ทั้งกดเงินผ่านแอป UCHOOSE หรือผ่านตู้ ATM โดยไม่มีค่าธรรมเนียมกดเงินสดล่วงหน้า 3% และบริการผ่อนยาว 0% ที่ร้านค้าพันธมิตรมากกว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศ และบริการใหม่ จ่ายผ่อนได้ทุกที่ที่มีสัญลักษณ์ VISA ผ่านวงเงินสินเชื่อ และผ่อนออนไลน์ได้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ
นอกจากนี้บริษัทยังมีการสร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญการตลาดต่างๆ โดยจากการทดสอบตลาดในช่วงแรก กลุ่มลูกค้าเดิมของบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ได้ทยอยรับบัตรใหม่แล้วตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่า ลูกค้าให้ความสนใจใช้บริการใหม่ โดยมีการทำรายการเพิ่มขึ้นกว่า 180,000 รายการ หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาท
จากสิทธิประโยชน์ที่โดดเด่นของบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ใหม่ รวมถึงแคมเปญสื่อสารการตลาด บริษัทคาดว่าจะช่วยสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจ โดยตั้งเป้าปี 2569 ยอดสินเชื่อบุคคลปล่อยใหม่ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์จะเติบโต 5% จากปีก่อน และมีจำนวนลูกค้าใหม่เติบโต 10% หรือราว 200,000 บัญชี จากปัจจุบันที่มีจำนวนลูกค้ารวมประมาณ 2 ล้านบัญชี
อย่างไรก็ตาม หาก GDP ของประเทศหดตัว ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลอาจเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ (Worst Case) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องติดตามมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลชุดใหม่อย่างใกล้ชิด ว่าจะมีโครงการใดเข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการใช้จ่ายให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้งหรือไม่ นายอธิป กล่าวปิดท้าย
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 19 ชั่วโมง
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
