“RMF-EQ” ครึ่งแรกปีนี้ โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +12.32% “ASP-AIEQRMF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +89.13% ส่วน “ES-INDONESIA-RMF” ร่วงมากสุด -25.63% !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ถ้าคุณลงทุนใน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี เงินลงทุนคุณจะ “โตเป็น 2 เท่า” ในระยะเวลา 10.29 ปีเท่านั้น
นี่ยังไม่นับ “ประโยชน์ทางภาษี” ที่คุณได้รับ 5 – 35% ตาม “ฐานภาษี” ของคุณตั้งแต่เริ่มลงทุนอีกด้วย
และหากคุณสามารถเลือกกองทุน “RMF” ที่ทำผลตอบแทนได้ดีกว่านั้นได้ เงินของคุณก็มีโอกาสเติบโตเร็วขึ้นเช่นเดียวกัน
และสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” ในระยะยาว ก็ต้องยกให้กับ “หุ้น” เป็นสินทรัพย์ที่ “High Risk, High Expected Return” นั่นเอง
สะท้อนผ่านผลงานของกลุ่มกองทุน “RMF-หุ้น” ช่วงครึ่งแรกปี 2026 ที่สามารถทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +12.32% โดยมีกองทุน 84% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ในขณะที่ส่วนน้อย 16% ที่ผลตอบแทนยัง “ติดลบ” อยู่ (ที่มา: global.morningstar.com, ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26)
โดย “RMF-หุ้น” ที่มีผลงานดีสุดทำผลตอบแทนสูงถึง +89.31% เลยทีเดียว !!!
สำหรับ 5 “RMF-EQ” ที่มีผลงานครึ่งแรกปีนี้ “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
5 “RMF-EQ” ครึ่งแรกปีนี้ผลงาน “สุดปัง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +59.31%...“ASP-AIEQRMF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +89.13%
จากการสำรวจผลงานของกองทุน “RMF-EQ” ครึ่งแรกปีนี้ (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 262 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +12.32% (ดีสุด +89.13%, แย่สุด -25.63%) โดยมีกองทุน 219 กอง คิดเป็น 84% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ส่วนที่เหลืออีก 43 กอง คิดเป็น 16% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่

สำหรับ “RMF-EQ” ที่มีผลงานดีสุดครึ่งแรกปีนี้ 5 อันดับแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26, ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น เป็นกองทุนที่ลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก” 3 กอง, “หุ้นจีน” 1 กอง และ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” อีก 1 กอง โดยทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +59.31% นำมาโดย
1) “ASP-AIEQRMF” ของบลจ.แอสเซท พลัส +89.13%
2) “ES-STARTECHRMF” ของบลจ.อีสท์สปริง +63.66%
3) “K-GTECHRMF” ของบลจ.กสิกรไทย +50.50%
4) “KF-EMXCN-INDXRMF” ของบลจ.กรุงศรี +46.68%
5) “B-ASIATECHRMF” ของบลจ.บัวหลวง +46.59%
“จะเห็นว่าแม้จะอยู่กลุ่ม ‘หุ้นเทคฯ โลก’ เหมือนกัน แต่ผลตอบแทนก็ยังแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะ ‘ASP-AIEQRMF’ ที่เน้นลงทุนในธีม Artificial Intelligence (AI) แบบ Pureplay ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยลงทุนผ่าน 1) กองทุน ETF ผ่าน Roundhill Memory ETF และ TCW Artificial Intelligence ETF ในสัดส่วนรวมกันระหว่าง 0 – 50% และ 2) ลงทุนเองโดยตรงอีก 50 – 100% ไม่ใช่ลงทุนผ่านกองทุนหลักเพียงอย่างเดียว จึงทำให้สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นในกลุ่ม ‘RMF-หุ้น’ คว้า ‘อันดับ 1’ ทั้งครึ่งแรกปีนี้ และย้อนหลัง 1Y ด้วยผลตอบแทน +127.64% และยังได้เรทติ้ง ‘Morning Star 4 ดาว’ (as of May 2026 ประเภท Thailand Fund Global Technology) อีกด้วย”
5 “RMF-EQ” ผลงานครึ่งแรกปีนี้ “สุดแป้ก” ติดลบเฉลี่ย -21.31%...“ES-INDONESIA-RMF” ร่วงมากสุด -25.63%
ส่วน 5 “RMF-EQ” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบแทนครึ่งแรกปีนี้ ติดลบเฉลี่ย -2.31% เป็นกองทุนที่ลงทุน “หุ้นจีน” 3 กอง “หุ้นโลก” 1 กอง และ “หุ้นอินโดนีเซีย” อีก 1 กอง ทั้ง 5 กองทุน ได้แก่

1) “ES-INDONESIA-RMF” ของบลจ.อีสท์สปริง -25.63%
2) “MEGA10CYBERRMF” ของบลจ.ทาลิส -21.18%
3) “KFCMEGARMF” ของบลจ.กรุงศรี -20.01%
4) “MEGA10CHINAPOPRMF” ของบลจ.ทาลิส -20.01%
5) “MEGA10CHINATECHRMF” ของบลจ.ทาลิส -19.72%
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อ “เซฟภาษี” ที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว เชื่อว่ากองทุน “RMF-หุ้น” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องเลือกหุ้นที่จะลงทุนด้วยเช่นกัน เพราะแม้จะเป็น “RMF-หุ้น” เหมือนกัน แต่ผลตอบแทนก็ “แตกต่างกัน” ชัดเจน ที่สำคัญการลงทุน “เพื่อเกษียณ” ยิ่งเริ่มเร็ว-ยิ่งดี แถมยังมี “แต้มต่อ” สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึ่งประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (นับรวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ) อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
