PMC อวดกำไร Q2/69 พุ่ง 63.5% แตะ 18.1 ลบ. ชูความสำเร็จ Product Mix กลุ่มฉลากพิเศษ ดันอัตรากำไรขั้นต้นสู่ 25%
PMC ตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสติ๊กเกอร์และฉลาก เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 18.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.5% YoY หลังปรับโครงสร้างสินค้าเน้นกลุ่มมาร์จิ้นสูง (Specialty Labels) ดันอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 25% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลังรักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่ขยายฐานลูกค้าใหม่ เจาะอุตสาหกรรมสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต รุกตลาดอาเซียน บริหาร Supply Chain และต้นทุนอย่างเข้มข้น รับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก
นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สติ๊กเกอร์เปล่า (Sticker) หรือฉลากกาว (Self-Adhesive Label) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 213.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 214.0 ล้านบาท
มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 18.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.5% YoY โดยบริษัทมีกำไรขั้นต้น 53.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% YoY และเพิ่มขึ้น 5.5% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 25.0% จาก 24.0% ในไตรมาส 1/2569 และ 21.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 31.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.7% YoY
แม้ภาพรวมภาคการผลิตของประเทศจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ PMC ยังคงสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ โดยในช่วงต้นไตรมาส ลูกค้าบางส่วนมีการเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานและความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าบริหาร Product Mix และต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 สะท้อนว่ากลยุทธ์ที่เราเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องเริ่มเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณไปสู่การขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ และการจัดการ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แม้ภาวะเศรษฐกิจและตลาดโดยรวมยังมีความไม่แน่นอน แต่ PMC สามารถรักษาการเติบโตของรายได้ พร้อมยกระดับความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง” นายเอก กล่าว
ทั้งนี้ ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 423.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% YoY กำไรขั้นต้น 103.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% EBITDA 64.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% และกำไรสุทธิ 37.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนทิศทางการเติบโตของกำไรที่เร็วกว่ารายได้ จากการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น
อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการ คือการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ โดยปัจจุบันรายได้จากการขายของ PMC แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษประมาณ 48% ผลิตภัณฑ์ฟิล์ม 12% ฉลากพิเศษ 32% และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 8% ปัจจุบัน PMC มีสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศประมาณ 72% และต่างประเทศ 28%
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 PMC จะเดินหน้ารักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับตลาดที่ยังมีศักยภาพและมีกำลังซื้อ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ และธุรกิจขนส่ง ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและมีอุปสงค์ค่อนข้างสม่ำเสมอแม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ “Journey to the Green Future” ผ่านกลยุทธ์ “Hybrid Growth” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการขยายธุรกิจ การพัฒนานวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฉลากและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กาวสูตรน้ำและโซลูชันที่เอื้อต่อกระบวนการรีไซเคิล เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและลูกค้าในยุคเศรษฐกิจสีเขียว ในด้านการดำเนินงาน บริษัทมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและยกระดับการผลิตด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนจากโครงการ Solar Rooftop ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว
